
เบรก 3 กองอสังหาฯ
ตลท.เตือนผู้ถือหน่วยที่ปรึกษาอิสระให้ปฏิเสธขายทรัพย์สินคืน 8 หมื่นล้าน
ตลท.เตือนผู้ถือหน่วยที่ปรึกษาอิสระให้ปฏิเสธขายทรัพย์สินคืน 8 หมื่นล้าน
ตลท.เตือนผู้ถือหน่วย 3 กองอสังหาฯ เจ้าสัวเจริญ หลังซื้อคืนทรัพย์สิน 8 หมื่นล้าน เหตุที่ปรึกษาอิสระแนะไม่ควรขาย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งเตือนผู้ถือหน่วยลงทุนศึกษาข้อมูลการขายทรัพย์สินและโอนสิทธิการเช่าทั้งหมดของหลักทรัพย์กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และสิทธิการเช่าไทยคอมเมอร์เชียลอินเวสเม้นต์ (TCIF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และสิทธิการเช่าไทยโฮเทลอินเวสเม้นต์ (THIF) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยรีเทล อินเวสเม้นต์ (TRIF) ให้แก่ กลุ่มบริษัท แอสเสท เวิรด์ (AW) ผู้ถือหน่วยรายใหญ่ ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ มีความเห็นว่าผู้ถือหน่วยไม่ควรอนุมัติขายทรัพย์สิน
ทั้งนี้ การประชุมผู้ถือหน่วย TCIF และ TRIF วันที่ 17 พ.ค. และกองทุน THIF ประชุมวันที่ 18 พ.ค.นี้ เพื่อพิจารณาวาระสำคัญขายทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวม การเลิกกองทุน และการเพิกถอนหน่วยลงทุนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
“ขอให้ผู้ถือหน่วยลงทุนศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและรักษาสิทธิโดยการเข้าร่วมประชุม” รายงาน ตลท.ระบุ
นอกจากนี้ ตลท.ระบุว่า การขายสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุนเป็นรายการที่เกียวโยงกัน ต้องได้รับมติจากผู้ถือหน่วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงวาระเลิกกองทุนและเพิกถอนหน่วยลงทุนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ต้องได้รับมติจากผู้ถือหน่วยเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม
บริษัท แอสเสท เวิรด์ หรือ AW เป็นบริษัทในกลุ่มทีซีซีของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุน TRIF สัดส่วน 30.9% กองทุน THIF และ TCIF สัดส่วน 33% จึงเท่ากับว่ากลุ่มนายเจริญจะต้องใช้เงินประมาณ 5.33 หมื่นล้านบาท ในการซื้อทรัพย์สินคืนจากทรัพย์สินที่ประกาศขอซื้อคืนทั้งหมด 8 หมื่นล้านบาท ที่มีราคาต่ำกว่าราคายุติธรรมตามที่ปรึกษาการเงินอิสระให้ความเห็น 2,832 ล้านบาท ถึงประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท
ก่อนหน้านี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทยในฐานะผู้บริหาร 3 กองทุนดังกล่าว แนะนำให้ผู้ถือหน่วยปฏิเสธการขายทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน เพราะการขายสินทรัพย์ทั้งหมดจะทำให้ต้องเลิกกองทุน ทำให้ผู้ถือหน่วยไม่ได้รับผลตอบแทน แต่จะได้รับเงินทุนและกำไรจากการขายทรัพย์สินเท่านั้น นอกจากนี้ราคาเสนอซื้อไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยจะได้รับในระยะยาว และทรัพย์สินหลายชิ้นของกองทุนตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพต่อการเติบโตที่ดี







