posttoday
‘ช.การช่าง’ยุค 4.0 เจเนอเรชั่น 2 รุกหนัก

‘ช.การช่าง’ยุค 4.0 เจเนอเรชั่น 2 รุกหนัก

03 พฤษภาคม 2560

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 แล้วสำหรับบริษัทรับเหมาก่อสร้างงานสาธารณูปโภครายใหญ่อย่าง ช.การช่าง หลังจากที่ให้ทายาทในเจเนอเรชั่น 2

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 แล้วสำหรับบริษัทรับเหมาก่อสร้างงานสาธารณูปโภครายใหญ่อย่าง ช.การช่าง หลังจากที่ให้ทายาทในเจเนอเรชั่น 2 เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารงาน โดย “ปลิว ตรีวิศวเวทย์” ผู้เป็นพ่อเริ่มปล่อยมือเพื่อให้ลูกทั้ง 3 คน คือ สุภามาส ตรีวิศวเวทย์  บุตรสาวคนโต มารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บุตรชายคนรอง ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ และบุตรชายคนสุดท้อง ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ เป็นผู้จัดการสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ (BMN) ผู้ดำเนินการธุรกิจพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และสื่อโฆษณาภายในสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที

สุภามาส ย้ำว่า ณ วันนี้บริษัทพร้อมกับการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้พัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานระดับภูมิภาค ด้วย 5 จุดแกร่ง ประกอบด้วย การมุ่งแสวงหาโอกาสทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการทำงาน การสร้างคนที่มีคุณภาพ การบริหารการเงินที่แข็งแกร่ง และความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากประเทศไทยและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนามนั้นยังมีความต้องการด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างมาก

ทั้งนี้ ในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้ายังมีโครงการใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี การเชื่อมโยงระหว่างประเทศในกลุ่มเออีซีที่จะต้องมีงานก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมารองรับ ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องปรับตัวและพัฒนาตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง 

ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ หรือแบ็กล็อก มูลค่าประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาท โดยได้มีการลงนามโครงการต่างๆ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างสถานีเพิ่มแรงดันเป็นสถานีจ่ายน้ำมูลค่า 303 ล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี สัญญาที่ 1 มูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มสัญญาที่ 2 มูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสัญญาที่ 5 มูลค่า 2,709 ล้านบาท

โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองช่วงบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา สัญญาที่ 4 มูลค่า 1,852 ล้านบาท และโครงการที่จะลงนามสัญญาเร็วๆ นี้คือ การจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ 2 สัญญา มูลค่ากว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้จะทำให้มูลค่างานในมือของบริษัทแตะระดับ 1 แสนล้านบาท และจะรับรู้รายได้ใน 3 ปีข้างหน้า โดยในปีนี้ตั้งเป้ารับรู้รายได้ไว้ที่ 3-3.5 หมื่นล้านบาท  

“โครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ในปีนี้ที่จะออกมาคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 8.95 แสนล้านบาท จากแผนของรัฐมูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่ง ช.การช่างได้มีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเพื่อจะรับงานให้ได้อย่างน้อย 20-25% ของมูลค่างานที่ออกมา” สุภามาส กล่าว

สำหรับงานที่รอเปิดประมูลในปีนี้ อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง ซึ่งอยู่ในช่วงรัฐบาลกำหนดรูปแบบการประมูล โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายอีกหลายโครงการ อาทิ สายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ สายสีน้ำเงิน ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 สายสีเขียวเข้มช่วงสมุทรปราการ-บางปู สายสีเขียวเข้ม ช่วงคูคต-ลำลูกกา และสายสีส้มช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิส่วนต่อขยาย หรือแอร์พอร์ตเรียลลิงค์ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โครงการระบบทางด่วนสายเหนือตอน N2 และ E-W Corridor ด้านตะวันออก เป็นต้น

ด้าน ณัฐวุฒิ  กล่าวถึงการบริหารงานเชิงพาณิชย์ภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือเอ็มอาร์ที ว่าปัจจุบัน BMN ให้บริการ 3 ธุรกิจหลัก คือ 1.การบริหารสื่อโฆษณาภายในสถานีรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า  2.ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ร้านค้าในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 3.ธุรกิจให้บริการโครงข่ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคมภายในสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที โดยปีที่ผ่านมามีรายได้จากธุรกิจโฆษณา 300 ล้านบาท โทรคมนาคม 170 ล้านบาท และธุรกิจค้าปลีก 40 ล้านบาท รวมแล้วกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนจะเพิ่มร้านค้าปลีกในสถานีรัชดาภิเษก ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเฉพาะสถานีเพชรบุรีคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ เนื่องจากการสำรวจพื้นที่แล้วพบว่าความมีผู้ใช้บริการรองจากสถานีสุขุมวิทและพระราม 9

นอกจากนี้ จะมีการเปิดตัวธุรกิจค้าปลีกที่สถานีสุขุมวิทรูปแบบใหม่ในเดือน มิ.ย.นี้ หลังจากที่เคยรีโนเวตมาเมื่อ 3-4 ปีก่อน ส่วนสถานีอื่นอย่างเช่น สถานีรัชดาภิเษก ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นั้นยังต้องรอดูการพัฒนาของพื้นที่บริเวณรอบข้าง อย่างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมปรับโฉมเพื่อเป็นอาคารรูปแบบมิกซ์ยูสจึงยังต้องรอเวลา แต่จากการเปิดโครงการเอฟวายไอซึ่งเป็นอาคารสำนักงานแห่งใหม่แล้ว เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจค้าปลีกในสถานีคึกคักตามไปด้วย  ขณะที่การพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกบนสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องทีโออาร์รวมไปถึงอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมของสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ที่จะต้องมีพื้นที่ค้าปลีกในพื้นที่ใต้ดินและลอยฟ้า

ถือเป็นการรุกหนักครั้งใหญ่ของเจเนอเรชั่น 2 ช.การช่าง ที่พยายามหารายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจพลังงาน โฆษณา ค้าปลีก เพื่อบาลานซ์ความเสี่ยงและสร้างรายได้ระยะยา

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว