posttoday
เกาะกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehical : EV)

เกาะกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehical : EV)

01 พฤษภาคม 2560

ในตอนที่แล้วผมได้นำเสนอเรื่อง “เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor หรือ อีอีซี)

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด

ในตอนที่แล้วผมได้นำเสนอเรื่อง “เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor หรือ อีอีซี) ที่จะนำมาซึ่งการลงทุนอย่างมากในหลายอุตสาหกรรม ในตอนนี้ผมจะขอนำเสนอเรื่องที่ต่อเนื่องใน Theme การลงทุนต่อเนื่องจากเรื่อง อีอีซี ในกลุ่มธุรกิจที่ใหม่และน่าสนใจมากๆ คือ กระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) เป็นพาหนะที่ขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนการใช้เครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ภายใน โดยมอเตอร์ไฟฟ้าในรถจะเปลี่ยนไฟฟ้าซึ่งโดยปกติมาจากชุดแบตเตอรี่ให้เป็นพลังงานกลเพื่อการขับเคลื่อนล้อ มีรูปแบบและขนาดที่หลากหลาย เช่น รถยนต์โดยสาร รถแวนขนาดเล็ก รถสปอร์ต รถบรรทุกขนาดเล็ก รถจักรยานและรถสกูตเตอร์ติดมอเตอร์ รวมถึงรถบัสขนาดใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้าจะใช้ระบบการชาร์จไฟจากเครื่องชาร์จป้อนให้กับแบตเตอรี่ในการเก็บพลังงาน

ทั้งนี้ ในต่างประเทศสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างมาก ข้อมูลในปี 2556 นอร์เวย์ มีสัดส่วนการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในโลก ถึง 6.10% ขณะที่สหรัฐ มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 1.72 แสนคัน รองลงมาคือ ญี่ปุ่น 74,124 คัน และจีน 38,592 คัน มีการประมาณการว่าในปี 2563 ทั่วโลกจะมีรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 20 ล้านคัน ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA)

ในประเทศไทยของเราเองนั้น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้านั้นเป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งและจะทำให้ประเทศไทยพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมในอนาคตตามหลักแนวคิด Thailand 4.0 และยังเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมที่จะได้รับการสนับสนุนจากอีอีซี ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังได้เห็นชอบสิทธิประโยชน์การลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับเอกชน ด้วยแผนนโยบายเรื่อง EV จากภาครัฐทำให้ประเทศไทยยังคงความเป็น “Detroit of Asia”

เมื่อดูจากสิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้วธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าจึงน่าจะมีทิศทางที่ดี ความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะมีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และจะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทจดทะเบียนที่ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ KTBST วิเคราะห์ว่าหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์จากการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่

1.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการผลิตแบตเตอรี่ลีเทียมไอออน ได้แก่

- บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ : สินค้าของบริษัทส่วนมากจะเป็นสินค้าที่พัฒนาร่วมกับค่ายรถยนต์ (ODM) โดยเฉพาะค่ายรถในสหรัฐและยุโรป (เชฟโรเลต เทสล่า โฟล์คสวาเกน ออดี้ ปอร์เช่ เรโนลต์ และเมอร์เซเดส-เบนซ์)

- บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) บริษัท จีพีเอสซี (GPSC) : EA เริ่มมีการผลิตแล้ว (ในไต้หวัน) ขณะที่ GPSC เป็นบริษัทวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เตรียมสรุปแผนในการตั้งโรงงานผลิตเร็วๆ นี้ ทั้งสองบริษัทสามารถวางแผนผลิตเพื่อตอบรับกับความต้องการได้

2.กลุ่มที่อยู่ระหว่างศึกษาที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่

- บริษัท ฟอร์ทคอร์ปอเรชั่น (FORTH) บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาระบบชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ ซึ่ง FORTH ได้เปรียบด้านจุดชำระค่าบริการผ่านตู้เติมเงิน “บุญเติม” ที่มีอยู่ทั่วประเทศ

- บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) : เริ่มตั้งสถานีจ่ายไฟให้กับรถยนต์ไฟฟ้าแล้วบางแห่ง แต่มีจำนวนน้อยมาก

3.บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถยนต์

- บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) : เป็นผู้ผลิตและจำหน่วยแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ พีซีบี รายใหญ่ของไทยและอันดับต้นๆ ของโลก โดยลูกค้าหลักคือฝั่งยุโรปกว่า 50% รองลงมาเป็นอเมริกาและจีน

4.บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ได้แก่

- บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง (PCSGH) : บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนประเภทโลหะ :

- บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) : ผู้ผลิตถังน้ำมัน :

- บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) AH บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม (TKT) บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) : ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก :

แม้จะเป็นแค่จุดเริ่มต้นแต่ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่จดทะเบียนใช้งานมากถึงกว่า 37 ล้านคัน เป็นตัวเลขที่บ่งชี้ว่าคนไทยมีความต้องการใช้รถยนต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนๆ เป็นโอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม EV สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนในยุค 4.0 ของ บล. KTBST Wealth Management ที่มองหาโอกาสและผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ดีมาให้นักลงทุน นักลงทุนที่สนใจติดต่อปรึกษาการลงทุนได้ที่โทร.02-648-1747, 02-648-1458

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ