
SYNEX
FSS ยังคงแนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX ที่ราคาเป้าหมายปี 2560 เท่ากับ 15.50 บาท
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
FSS ยังคงแนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX ที่ราคาเป้าหมายปี 2560 เท่ากับ 15.50 บาท อิงสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) เฉลี่ยของกลุ่มจัดจำหน่ายสินค้าไอทีที่ 25 เท่า โดยระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มกำไรสุทธิ ไตรมาสแรกปี 2560 ที่คาดว่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาส 4 ปี 2560 และ 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มแบรนด์สินค้าอีก 4 แบรนด์ การรุกตลาดพาณิชย์
การโตแรงต่อเนื่องของตลาดมือถือและการขยายตลาดไปต่างประเทศ ส่วนกรณีมือถือหัวเว่ยรุ่น Mate9 และ P10 ที่ผู้บริโภคร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่าถูกเอาเปรียบจากชิ้นส่วนไม่ตรงสเปก อย่างแย่สุดอาจทำให้ยอดขายรุ่นดังกล่าวชะลอ คาดว่าไม่กระทบกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมือถือแบรนด์หัวเว่ยทุกรุ่นมีสัดส่วนรวมกันไม่เกิน 10% ของรายได้รวม
ขณะที่มือถือแบรนด์อื่นก็ขยายตัวแรงเช่นกัน ด้วยความที่ SYNEX มีแผนเพิ่มสินค้าแบรนด์ใหม่และขยายตลาดเชิงรุกมากขึ้นในครึ่งหลังปี 2560 ซึ่งยิ่งขายสินค้าได้มากจะหนุนให้อัตรากำไรสุทธิขยายตัวเพิ่มขึ้นตามด้วย ทำให้ยังมั่นใจต่อคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ที่ 476 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน ราคาปัจจุบันซื้อขายบนพี/อี ปี 2560 ราว 16 เท่า ยังต่ำกว่ากรอบบนและค่าเฉลี่ยในรอบ 3 ปีที่ 25 เท่าและ 20 เท่า ตามลำดับ
คาดกำไรไตรมาสแรกโต 33%
จากการเพิ่มสินค้าใหม่ถึง 4 แบรนด์ในไตรมาสเดียว คือ D-Link DJI belkin และ Apple (ยกเว้นสมาร์ทโฟน) ซึ่งเข้ามาช่วยเติมเต็มตลาดพาณิชย์ที่ SYNEX ตั้งใจจะรุกอย่างมากในปีนี้ รวมถึงการขยายตัวของตลาดมือถือ และยอดขายในเมียนมาที่โตแรงต่อเนื่อง ทำให้คาดว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาส 4 ปี 2559 และ 40% จากไตรมาส 4 ปี 2559 อยู่ที่ 7,401 ล้านบาท
ขณะที่ อัตรากำไรสุทธิ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.78% จาก 1.65% ในไตรมาส 4 ปี 2559 แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงออฟฟิศใหม่ แต่ถูกหักล้างด้วยผลิตภัณฑ์ผสมตามสัดส่วนสินค้ากลุ่มพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการขายแบบโซลูชั่นทำให้มีอัตรากำไรสูงกว่ากลุ่มการบริโภค ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิที่ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาส 4 ปี 2559 และ 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตั้งเป้าเพิ่ม 5-6 แบรนด์
ภาพการเติบโตปีนี้ชัดเจนว่ามาจากการเพิ่มแบรนด์ใหม่ เห็นผลบวกอย่างมากในไตรมาสแรก ปี 2560 โดย SYNEX ตั้งเป้าเพิ่มสินค้าอีก 5-6 แบรนด์ รวมแล้วทั้งปีจะเพิ่มได้มากกว่า 10 แบรนด์ สูงกว่าอดีตที่เพิ่มได้ปีละไม่เกิน 4-5 แบรนด์ เนื่องจากอำนาจในการต่อรองกับเจ้าของแบรนด์สูงขึ้น และความสำเร็จในการทำตลาดมือถือให้หัวเว่ย ได้สะท้อนศักยภาพการเป็นตัวแทนและการทำตลาดทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเพิ่มแบรนด์ในอัตราเร่งเช่นนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขายและกระจายความเสี่ยงไปในตัวแล้ว ยังเพิ่มโอกาสการเสนอโซลูชั่นหรืองานบริการเชิงโครงสร้างด้านไอทีให้กับกลุ่มลูกค้าองค์กร ที่จะสร้างรายได้ต่อเนื่องให้กับ SYNEX ในระยะยาวด้วย
ผู้บริโภคร้องไม่กระทบมากนัก
มองกรณีแย่สุด คือ ยอดขายรุ่น Mate9 และ P10 อาจชะลอชั่วคราว โดยที่ SYNEX จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงสินค้าแต่อย่างใด สถานะปัจจุบันยังต้องรอความชัดเจนจากหัวเว่ย คาดว่าเมื่อชัดเจนแล้วจะทำให้ยอดขายกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยปัจจุบันยอดขายมือถือทั้งแบรนด์หัวเว่ยคิดเป็น 10% ของรายได้รวม ซึ่งส่วนที่ชะลอจะถูกชดเชยจากยอดขายแบรนด์อื่นที่โตแรง 10-15% ไม่แพ้กัน
แนะนำ “ซื้อ”
โดยนอกจากแรงหนุนด้านงบไตรมาสแรก ปี 2560 ที่คาดว่าจะออกมาทำจุดสูงสุดใหม่แล้ว ยังมีตัวเปิดเพิ่มขึ้น จากการรุกตลาดต่างประเทศที่เริ่มรับรู้รายได้ในระดับที่มีนัยสำคัญจากเมียนมาและกำลังไปตั้ง
ศูนย์บริการทั้งในลาวและกัมพูชา รวมถึงการร่วมลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจลีสซิ่งสินค้าไอทีที่คาดว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันในครึ่งหลังปี 2560







