
ดอกเบี้ยบ้านต่ำ...แบงก์ได้อะไร?
ภาวะตลาดสินเชื่อบ้านช่วงนี้แข่งขันรุนแรงมากจนสัมผัสได้ สถาบันการเงินทยอยออกแพ็กเกจสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
ภาวะตลาดสินเชื่อบ้านช่วงนี้แข่งขันรุนแรงมากจนสัมผัสได้ สถาบันการเงินทยอยออกแพ็กเกจสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ ชนิดที่ว่าพอธนาคารแห่งหนึ่งออกแคมเปญเสนอดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด สักพักก็จะเห็นอีกธนาคารหนึ่งเสนอดอกเบี้ยต่ำสุดๆ ในตลาดลงมาอีก
ในฐานะผู้บริโภครู้สึกดีเหลือเกินที่สามารถเปรียบเทียบและเลือกสรรแพ็กเกจดอกเบี้ยที่ถูกและเงื่อนไขดีที่สุด แต่เมื่อมองกลับไปที่ธนาคารล่ะ จะได้อะไรจากการที่นำเสนอดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านต่ำขนาดนั้น
ทั้งนี้ สินเชื่อบ้านเป็นสินเชื่อมีหลักประกัน ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในบรรดาสินเชื่อรายย่อยอยู่แล้ว แต่เมื่อเผชิญการแข่งขันรุนแรง การเสนอดอกเบี้ยต่ำจะต่ำได้ถึงขนาดไหนในเมื่อการอำนวยสินเชื่อต้องมีต้นทุนอีกหลายอย่าง
อดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้ไขข้อข้องใจในฐานะเป็นธนาคารที่เสนอดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านให้ผู้กู้ใหม่ต่ำสุดเฉลี่ย 3 ปี 3.33% และเสนอดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ต่ำสุดเฉลี่ย 3 ปี 3.49%
อดิศร กล่าวว่า ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจะต่ำถึงเมื่อใด อยู่ที่ดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ขึ้นอยู่กับต้นทุนการเงินที่ผูกโยงกับผลตอบแทนในตลาดเงินที่อิงกับดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐที่คาดว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะปรับขึ้นก่อนดอกเบี้ยไทยแน่นอน เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทย
ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 1-2% โดยธนาคารคิดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านประมาณ 3-4% เมื่อหักค่าใช้จ่ายจากการอำนวยสินเชื่อ ทั้งหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต้นทุนการดำเนินการ ค่าคอมมิชชั่น ค่าติดตามทวงหนี้ แต่คิดเบ็ดเสร็จแล้ว 3-4% เป็นอัตราที่มีกำไร พออยู่ได้
นอกจากนี้ มองว่าแม้ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจะปรับขึ้นไป 1% ก็ยังไม่น่าจะมีผลกระทบทำให้ลูกค้าไม่ซื้อบ้าน
ยกตัวอย่างเมื่อครั้งที่ดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปี อยู่ประมาณ 3% ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 3 ปี อยู่ที่ 4% กว่า ลูกค้าก็ยังไม่รู้สึกว่าแพง ไม่กระทบความสามารถในการซื้อของลูกค้า ซึ่งในช่วงนั้นสามารถปล่อยสินเชื่อบ้านได้เดือนละ 3,000-4,000 ล้านบาท
มองไปข้างหน้าเมื่อดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ประเมินจากความยืดหยุ่นของความต้องการต่อราคา หรือถ้าราคาขึ้นคนหยุดใช้ ราคาลงคนจะใช้เยอะขึ้นนั้น ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในช่วง 3-5% ไม่มีผลกับการตัดสินใจซื้อบ้านของผู้บริโภค แต่จะเป็นเรื่องรายได้กับความเชื่อมั่นมากกว่า
อย่างไรก็ตาม หากดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านขึ้นไปถึง 6-7% เมื่อนั้นราคาจะมีผลกับการตัดสินใจต่อให้มีความเชื่อมั่น แต่เมื่อดูจากดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายคำนวณแล้วอาจผ่อนไม่ไหว ต้องหยุดรอช่วงเวลาที่เหมาะสม
ดูแล้วดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเป็นคีย์สำคัญในการตัดสินใจซื้อบ้าน แต่ที่สำคัญกว่าดอกเบี้ยก็คงจะเป็นรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้นี่เอง







