posttoday
เอ็มดีใหม่เพาเวอร์บาย ชูวิชั่นออมนิชาแนล

เอ็มดีใหม่เพาเวอร์บาย ชูวิชั่นออมนิชาแนล

26 เมษายน 2560

ทิศทางร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีมูลค่า 3.25 แสนล้านบาท ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมาแทบไม่เติบโต นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายของ “โลร็องต์ โปซ” กรรมการผู้จัดการ หรือเอ็มดีใหม่ ของบริษัทเพาเวอร์บาย ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมาว่าจะฟื้นเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กลับมาโตได้อย่างไร โลร็องต์ โปซ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าเพาเวอร์บาย เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การสร้างเพาเวอร์บายให้กลับมาเติบโตในปีนี้ 10% หรือรายได้กว่า 1.73 ล้านบาท บริษัทจะลงทุน 510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% จากปีก่อน ภายใต้กลยุทธ์ออมนิชาแนล หรือการรุกช่องทางออนไลน์มากขึ้น พร้อมกับผสานการทำตลาดช่องทางออฟไลน์ที่สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการช็อปปิ้งบนเว็บไซต์ www.powerbuy.co.th โมบาย และ ณ จุดขาย ทั้งนี้ บริษัทจะลงทุนเทคโนโลยี 150 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุน 40 ล้านบาท นำอุปกรณ์สั่งซื้อสินค้ามากกว่า 1 หมื่นรายการ จัดทำรูปแบบคีออสก์ให้บริการ 30 สาขา วางเป้าหมาย 2-3 ปีจะมี 86 สาขา เพื่อเชื่อมต่อระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกัน รองรับลูกค้ามาซื้อสินค้า ณ จุดขาย ส่วนนโยบายราคาทั้งช่องทางออฟไลน์และ

ทิศทางร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีมูลค่า 3.25 แสนล้านบาท ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมาแทบไม่เติบโต นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายของ “โลร็องต์ โปซ” กรรมการผู้จัดการ หรือเอ็มดีใหม่ ของบริษัทเพาเวอร์บาย ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมาว่าจะฟื้นเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กลับมาโตได้อย่างไร

โลร็องต์ โปซ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าเพาเวอร์บาย เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การสร้างเพาเวอร์บายให้กลับมาเติบโตในปีนี้ 10% หรือรายได้กว่า 1.73 ล้านบาท บริษัทจะลงทุน 510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% จากปีก่อน ภายใต้กลยุทธ์ออมนิชาแนล หรือการรุกช่องทางออนไลน์มากขึ้น พร้อมกับผสานการทำตลาดช่องทางออฟไลน์ที่สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการช็อปปิ้งบนเว็บไซต์ www.powerbuy.co.th โมบาย และ ณ จุดขาย

ทั้งนี้ บริษัทจะลงทุนเทคโนโลยี 150 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุน 40 ล้านบาท นำอุปกรณ์สั่งซื้อสินค้ามากกว่า 1 หมื่นรายการ จัดทำรูปแบบคีออสก์ให้บริการ 30 สาขา วางเป้าหมาย 2-3 ปีจะมี 86 สาขา เพื่อเชื่อมต่อระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกัน รองรับลูกค้ามาซื้อสินค้า ณ จุดขาย ส่วนนโยบายราคาทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ต้องเป็นราคาเดียวกัน แต่ออนไลน์ต้องทำโปรโมชั่นเนื่องจากปัจจัยการตัดสินใจซื้อคำนึงถึงราคาเป็นหลัก

“พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่จะซื้อสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กัน วางเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้าสัดส่วนรายได้ออนไลน์เพิ่มจากขณะนี้ไม่ถึง 1% หรือ 100 ล้านบาท เพิ่มเป็น 10% ส่วนรายได้สิ้นปีตั้งเป้า 290 ล้านบาท อย่างไรก็ตามร้านค้ายังเป็นช่องทางหลักของกลุ่มเพาเวอร์บาย ต่อไปพนักงานขายต้องมีแท็บเล็ต ณ จุดขายทุกคนเพื่อเชื่อมโยงกับออนไลน์”

ขณะที่ออฟไลน์จะลงทุน 264 ล้านบาท ขยาย 6 สาขา ส่งผลให้ทั้งปีมี 92 สาขา มุ่งเปิดสาขาในต่างจังหวัด เนื่องจากเพาเวอร์บายเป็นผู้นำตลาดร้านค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ แต่ต่างจังหวัดยังไม่สามารถเข้าถึง พร้อมปรับปรุง 18 สาขา โดยออฟไลน์ไม่เน้นจัดโปรโมชั่นเพราะพฤติกรรมส่วนใหญ่จะมีแบรนด์ในใจอยู่แล้ว ดังนั้นการตัดสินใจซื้ออยู่ที่ฟีเจอร์แต่ละแบรนด์

นอกจากนั้น เพื่อรองรับการเติบโตบริษัทเตรียมสร้างศูนย์กระจายสินค้าที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จากเดิมมีศูนย์กลางอยู่แค่กรุงเทพฯ ทำให้ระบบจัดส่งสะดวกรวดเร็ว ส่วนงานเพาเวอร์บายเอ็กซ์โป 2017 จะนำสินค้า 200 แบรนด์ มาลดราคาวันที่ 28 เม.ย.-7 พ.ค. ตั้งเป้าโต 5-10% จากปีก่อนขาย 282 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีทั้งปีคาดโต 2% จากอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเติบโต หลังปีที่ผ่านมาทรงตัวหรือโตแค่ 1% และเดือน ม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมาโต 1.8% คาดร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งปีโต 2% โดยปีที่ผ่านมารายได้ขยับ 1% หรือราว 1.58 หมื่นล้านบาท

เมื่อเป็นเช่นนี้การก้าวเข้ามาของ “โลร็องต์ โปซ” เพื่อยกเครื่องเพาเวอร์บาย แบบสเตป เชนจ์ เริ่มตั้งแต่ในองค์กร สร้างวัฒนธรรมการทำงานใหม่ บุคลากรต้องกล้าคิด นำบิ๊กดาต้ามาใช้ สร้างโนว์ฮาวออมนิชาแนล เพื่อทรานส์ฟอร์มทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ผสานออนไลน์กับออฟไลน์ดันเพาเวอร์บายเติบโตยุคดิจิทัลจึงน่าติดตามว่าปฏิบัติจริงจะปังแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ