posttoday
รัฐเพิ่มสิทธิผู้ประกันตน

รัฐเพิ่มสิทธิผู้ประกันตน

26 เมษายน 2560

ครม.อนุมัติเพิ่มสิทธิ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 รัฐยอมจ่าย 3,000 ล้าน ดึงลูกจ้างอิสระเข้าระบบตั้งเป้า 20 ปีครอบคลุมทั้ง 21 ล้านคน เจ็บป่วยจ่ายวันละ300บาท

ครม.อนุมัติเพิ่มสิทธิ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 รัฐยอมจ่าย 3,000 ล้าน ดึงลูกจ้างอิสระเข้าระบบตั้งเป้า 20 ปีครอบคลุมทั้ง 21 ล้านคน เจ็บป่วยจ่ายวันละ300บาท

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 เม.ย. อนุมัติกฎหมายเพื่อปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 คือ แรงงานไม่มีนายจ้าง หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวม 3 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งอาจสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราจ่ายเงินสมทบประเภทของประโยชน์ทดแทนตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ ทดแทน และร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับบุคคลซึ่งสมัครเข้าเป็นประกันตน ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มีสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งเป็นแรงงานในระบบมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนจะมีทางเลือกเป็น 3 ทางเลือก ได้แก่ ทางเลือกที่ 1 มีการปรับปรุงเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนจ่ายสมทบเดือนละ 70 บาท รัฐจ่ายสมทบ 30 บาท รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท รับสิทธิประโยชน์ พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย  เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ ซึ่งในส่วนของเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย จากเดิมที่เมื่อนอนโรงพยาบาลจะได้รับวันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี เพิ่มเป็น 300 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี ถ้าไม่นอนโรงพยาบาลแต่แพทย์สั่งให้หยุดงาน 3 วัน ได้รับเงินชดเชย วันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี และกรณีไปพบแพทย์จะได้ครั้งละ  50 บาท ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี

สำหรับเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพยังให้สิทธิคงเดิม คือ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500-1,000 บาท/เดือน เป็นเวลานาน 15 ปี เงื่อนไขต้องเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการแพทย์ และกรณีเงินค่าทำศพเดิมได้รับ  2 หมื่นบาท สิทธิประโยชน์ใหม่นอกจากได้รับเงินทำศพ 2 หมื่นบาท แล้วยังได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มอีก 3,000  บาท

ทางเลือกที่ 2 ปรับปรุงเป็นผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบ 50 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 150 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ  เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ) ซึ่งจะได้รับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับทางเลือกที่ 1 ส่วนเงินบำเหน็จชราภาพคงได้รับเหมือนเดิม

พล.อ.ศิริชัย กล่าวว่า  ตามกฎหมายใหม่นี้ได้เพิ่มทางเลือกที่ 3 ขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ไม่เคยมีมาก่อน คือ ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท รัฐจ่ายสมทบ 150 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 450 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณีเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ  เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ) และเงินสงเคราะห์บุตร

นายสุรเดช  วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า คาดกฎหมายฉบับนี้จะสามารถบังคับใช้ได้ใน 2 เดือน โดยปัจจุบันผู้ประกันตนตามมาตรา 40  ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2560 สามารถขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้แล้วจำนวน 2,265,809 คน  จากจำนวนแรงงานนอกระบบประมาณ 21 ล้านคน  ซึ่งหลังการปรับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นครั้งนี้คาดว่าจะจูงใจให้แรงงานนอกระบบสมัครเข้ามาเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มากขึ้น โดยในปีแรกของการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์คาดว่าจะมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านคน ค่าใช้จ่ายภาครัฐอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท

"ระยะยาวรัฐบาลต้องการให้ทุกคนมีหลักประกันสังคมครอบคลุมทั้งหมด 20 ล้านคน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบให้ได้รับความคุ้มครองทางสังคมเช่นเดียวกับแรงงานในระบบ ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาครัฐจะเพิ่มขึ้นไป อยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่ง อยู่ในวิสัยที่รัฐบาลสามารถรองรับได้" นาย สุรเดช กล่าว

สำหรับการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ประชาชนใช้หลักฐานเพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ข้อดีคือไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ตัดสิทธิบัตรทอง ขาดส่งเงินสมทบก็ยังเป็นสมาชิกต่อได้ และรัฐบาลร่วมออกเงินสมทบให้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ