
อุตฯยานยนต์ดึงแรงงานให้ค่างแรง 400 บาทต่อวัน
อุตฯ ยานยนต์ดึงแรงงานให้ค่าจ้าง 400 บาทต่อวัน เพื่อรองรับยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขั้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมปั้นแรงงานไร้ฝีมือขึ้นเป็นช่าง เตรียมพร้อมเข้าสู่โรงงานใหม่ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และขยายกำลังการผลิต
อุตฯ ยานยนต์ดึงแรงงานให้ค่าจ้าง 400 บาทต่อวัน เพื่อรองรับยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขั้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมปั้นแรงงานไร้ฝีมือขึ้นเป็นช่าง เตรียมพร้อมเข้าสู่โรงงานใหม่ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และขยายกำลังการผลิต
นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เพิ่มค่าแรงให้แก่แรงงานเป็นวันละ 400 บาท ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อจูงใจให้แรงงานเข้ามาสู่อุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้น เนื่องจากตอนนี้มียอดคำสั่งซื้อเข้ามาค่อนข้างมาก แรงงานที่อยู่ไม่เพียงพอ ทำให้ผลิตสินค้าส่งไม่ทัน จึงต้องใช้วิธีดึงแรงงานแบบนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
ทั้งนี้ ในช่วงต้นปีระดับค่าแรงของอกลุ่มยานยนต์ยังอยู่ที่ 300 บาทต่อวัน แต่เมื่อยอดคำสั่งซื้อ กำลังการผลิตขยาย รวมทั้งสินค้ามีมูลค่าสูงจึงสามารถขึ้นค่าแรงให้แก่แรงงานได้ เพราะต้องการผลิตและส่งสินค้าให้ทันตามที่สัญญาากับลูกค้าไว้ โดยบริษัทส่วนใหญ่ติดรับสมัครแรงงาน ค่าแรง 400 บาทต่อวัน หน้าโรงงานเลย ทำให้แรงงานจากโรงงานข้างเคียงเทเข้ามายังโรงงานในกลุ่มดังกล่าวค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม การดึงแรงงานในวันนี้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากการขยายโรงงาน หรือเพิ่มกำลังการผลิตส่วนใหญ่ จะต้องการแรงงานในระดับที่ยังไม่ได้พัฒนาฝีมือประมาณ 50% ช่าง 20% และพนักงานสำนักงานอีก 30% ซึ่งหากรวมโรงงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์มาตรฐานประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) จะทำให้กำลังการผลิตขยายเพิ่มอีก 50% ของการผลิตในปัจจุบัน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 8 แสนคันต่อปี
ดังนั้น ความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ก็จะเพิ่มขึ้นอีก 50% หรือคิดเป็น 2.5 แสนคน จากแรงงานรวมที่มีอยู่ในปัจจุบัน 5 แสนคน แบ่งเป็นแรงงานในระดับทั่วไป 1.8 แสนคน และช่างอีก 5 หมื่นคน
“ตอนนี้แรงงานในระดับช่างไม่พอ ระบบอาชีวะผลิตคนไม่ทัน ทางอุตสาหกรรมจึงต้องการพัฒนาแรงงานในระดับล่างที่มีประสบการณ์ ให้ขึ้นมาเป็นแรงงานในระดับช่างมากขึ้น เพราะค่าแรงในระดับ 400 ถือว่าสูงมาก ไม่เคยมีมาก่อน และก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดึงแรงงานกันโดยต้องเพิ่มค่าแรงไปมากกว่านี้ หรือสูงขึ้นขึ้นระดับ 500 บาทต่อวัน เพราะค่าแรงปรับแล้วลงยาก” นายวัลลภ กล่าว
ทั้งนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมกับสถาบันยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะร่วมกันพัฒนาแรงงานงานดับล่างให้ขึ้นมาเป็นช่างมากขึ้น รวมถึงพัฒนาแรงงานใหม่ให้มีความเชี่ยวชาญในด้านยานยนต์ เพื่อป้อนแรงงานเข้าสู่ตลาดให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยตั้งเป้าขั้นต้นไว้ที่ 3 แสนคน ซึ่งจะทยอยฝึกอบรมไปเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านมาได้อบรมผู้ฝึกสอนไปแล้วประมาณ 300 คน ตอนนี้ก็จะให้ผู้ฝึกสอนที่มีอยู่กระจายไปพัฒนาฝีมือแรงงานต่อไป
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการเข้าพบกับนายโนบุยูกิ มูราฮาชิ ประธานและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทมิตซูบิชิมีแผนจะมีพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตอีคาคาร์แห่งแรกของมิตซูบิชิ ที่เมืองไทย ในช่วงเดือนต.ค. 2553 โดยโรงงานดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท เป้าหมายการผลิต 2 แสนคัน/ ปี แบ่งเป็นการส่งออก 80% และ ขายในประเทศ 20%







