posttoday
โรงพยาบาลแข่งที่เชี่ยวชาญ

โรงพยาบาลแข่งที่เชี่ยวชาญ

22 เมษายน 2560

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายธุรกิจในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวให้ทัน

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายธุรกิจในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวให้ทัน ธุรกิจโรงพยาบาลก็เช่นเดียวกันที่มีการแข่งขันสูง เพื่อชิงความเป็นผู้นำทางด้านการแพทย์และการให้บริการผู้ป่วย ที่สำคัญการรักษาและให้บริการต้องตรงกับความต้องการของผู้ป่วย ไม่ใช่อยู่ที่ขนาดหรือเครือโรงพยาบาลที่มีอยู่จำนวนมาก         

นพ.อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการบริหารและผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเอกชัย บริษัท เอกชัยการแพทย์ ผู้ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลใน จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงพยาบาลถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่การแข่งขันนั้นสูงมาก เนื่องจากมีการก่อสร้างโรงพยาบาลจำนวนมากในปัจจุบัน เพื่อรองรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการจากในประเทศ รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง

จึงเห็นเชนโรงพยาบาลโดยเฉพาะเอกชนขยายตัวเป็นเหมือนสถาบันทางการแพทย์ขนาดใหญ่เช่นกัน ประกอบกับการให้บริการทางด้านโรงพยาบาลและสาธารณสุขในไทยนั้นยังไม่เพียงพอ แม้ว่าโรงพยาบาลเอกชนจะขยายตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลเอกชัย ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือน มี.ค. 2549 บนเนื้อที่ 13 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการทางด้านการแพทย์ที่โรงพยาบาลรัฐยังไม่สามารถรองรับได้ โดยเน้นการให้บริการที่ดีและมีอัตราการให้บริการที่ไม่ได้มีราคาแพงมาก แต่โรงพยาบาลจะต้องสามารถเลี้ยงตัวเองให้อยู่ได้ด้วย

“โรงพยาบาลที่เข้าไปถึงชุมชนนั้นความต้องการยังมีอยู่มาก ซึ่งการก่อสร้างและพัฒนาโรงพยาบาลนั้นยังต้องคำนึงถึงความต้องการของคนในพื้นที่อย่างใน จ.สมุทรสาคร เป็นแหล่งงานที่มีโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมอยู่หลายแห่ง จึงทำให้พื้นที่บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก ส่งผลให้การบริการทางการแพทย์จะต้องเป็นแพทย์ทางด้านฉุกเฉิน การผ่าตัด การให้บริการทางด้านสูติกรรมสมัยใหม่อย่างภาวะการมีบุตรยาก หรือการทำเด็กหลอดแก้ว” นพ.อำนาจ กล่าว

ดังนั้น ทางโรงพยาบาลจึงลงทุนก่อสร้างศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่จำนวน 200 ล้านบาท โดยศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ของโรงพยาบาลเป็นอาคาร 5 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 7,200 ตารางเมตร มีห้องพักผู้ป่วยรองรับจำนวนเตียงผู้ป่วยใน 50 เตียง เริ่มก่อสร้างอาคารภายในปี 2560 เปิดให้บริการต้นปี 2562 คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 7 ปี

ปัจจุบันโรงพยาบาลมีทีมแพทย์ที่ให้บริการเต็มเวลาจำนวน 24 ราย และมีแพทย์ที่ให้บริการในรูปแบบพาร์ตไทม์จำนวน 80 ท่าน เนื่องจากแพทย์ส่วนใหญ่จะทำงานในรูปแบบพาร์ตไทม์ โดยเฉพาะอาจารย์ทางด้านการแพทย์ รวมไปถึงการรักษาในกรณีหรือเคสที่ยากที่ต้องใช้ความชำนาญของแพทย์เฉพาะทาง โดยมีผู้ป่วยมาใช้บริการเฉลี่ยวันละ 800 คน 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลจะใช้งบลงทุนทางด้านเครื่องมือแพทย์ปีละ 10 ล้านบาท ขณะที่ในปีนี้ได้เปิดให้บริการขึ้นปีที่ 11 จึงได้มีการปรับปรุงโรงพยาบาลใหม่ เพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยขึ้น โดยใช้งบลงทุนอีก 10 ล้านบาท รวมเป็น 20 ล้านบาท โดยตั้งเป้าที่จะเติบโตทางด้านรายได้ในปีนี้อยู่ที่ 8-10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 520 ล้านบาท 

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ทางโรงพยาบาลเตรียมที่จะลงทุนเพื่อขยายโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอีก 2 เฟส ในพื้นที่โรงพยาบาลเดิม โดยยังไม่มีแผนจะขยายการลงทุนออกไปบริเวณอื่น เนื่องจากการขยายการลงทุนทางการแพทย์ไปหลายทำเล จะมีต้นทุนทางการแพทย์ค่อนข้างสูง หากขยายการลงทุนในบริเวณเดิมจะสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า      

นพ.อำนาจ กล่าวว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นกลุ่มทุนที่อยู่ในธุรกิจอื่นอย่างเช่น บริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่รายหนึ่งที่อยู่ระหว่างขยายธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวมายังโรงพยาบาลถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่การจะแข่งขันระยะยาวได้นั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่ทีมทางด้านการแพทย์ เนื่องจากโรงพยาบาลจะตั้งขึ้นมาได้ไม่ได้อยู่ที่ทำเล ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของโรงพยาบาล แต่อยู่ที่บริการทางด้านการแพทย์ที่มีมาตรฐาน มีความเชี่ยวชาญ มีรูปแบบการให้บริการที่ดี เหล่านี้เองที่ทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลสามารถเติบโตได้ เพราะถือว่าเป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของคน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ