posttoday
ดึงคนเก่งสร้างคลังสมองประเทศ

ดึงคนเก่งสร้างคลังสมองประเทศ

21 เมษายน 2560

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า สศช.จะต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงองค์กรให้สามารถเป็นหน่วยงานที่สามารถรองรับยุทธศาสตร์ประเทศได้ คือ ต้องสามารถคิดนำไปข้างหน้า เป็นคลังสมองที่สำคัญของประเทศ สามารถชี้นำกำหนดวิสัยทัศน์เพื่อที่จะเป็นเหมือนแบ็กโบน (กระดูกสันหลัง) หรือถ้าเป็นเรือก็ต้องสามารถวาดโครงเรือให้กับผู้ที่จะมาต่อเรือ ซึ่งในที่นี้คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนำไปจัดทำยุทธศาสตร์ชาติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ รวมถึงชี้แนะเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลได้ หลังจากนั้นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเสร็จแล้ว ทาง สศช.ก็สามารถที่จะเข้าไปดูอีกครั้ง เป็นการคัดท้ายเรือให้ไปในทิศทางที่วางเอาไว้ได้

ขณะเดียวกัน สศช.ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อให้มีความคล่องตัวและมีพลังที่แท้จริง รวมทั้งเป็นศูนย์รวมข้อมูลและความเชี่ยวชาญในทุกด้าน ซึ่งจะทำตรงนี้ได้ สศช.ต้องไปกำหนดบทบาทขององค์กรใหม่ โดยอาจจะดัดแปลงจากบทบาทเดิม หรือออกแบบกลุ่มงานใหม่มาก็ได้ เพื่อให้สอดคล้องกับงานสำคัญในอนาคต และไม่เกิดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น

พร้อมกันนี้ แต่ละกลุ่มงานของ สศช.จะต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นนอกองค์กรได้ทั้งในประเทศและรวมไปถึงเชื่อมโยงกับหน่วยงานศูนย์ข้อมูลและผู้รอบรู้ทั้งหลายในโลกนี้ เช่น สถาบันวิจัยและหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อที่จะได้ติดตามเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ๆ ของโลกได้ทัน

สมคิด กล่าวว่า การจัดองค์กรให้ชัดเจนนี้จะทำให้ สศช.สามารถดึงคนระดับหัวกะทิทั้งในประเทศและที่ทำงานอยู่ต่างประเทศให้เข้ามาร่วมงานกัน สศช.ได้ แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องภายใต้เงื่อนไขว่าต้องเพิ่มค่าตอบแทนและแรงจูงใจต่างๆ เพื่อให้คนเก่งอยากเข้าทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี ขณะเดียวกันก็มีรายได้ที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน คีย์แมนของ สศช.จะต้องเป็นผู้ที่สามารถเป็นแกนหลักในการประสานงานกับกระทรวงต่างๆ ที่ต้องทำภารกิจที่ สศช.ออกแบบไว้ ซึ่งการทำงานแบบนี้จะทำให้ ศสช.เป็นองค์กรที่สามารถดำรงความคล่องแคล่วไว้ได้แต่ก็ยังมีพลัง

อย่างไรก็ตาม ส่วนถัดมาที่มอบหมายให้ สศช.ดำเนินการคือการปรับรูปแบบของคณะกรรมการ สศช.ที่ต้องมีทั้งคณะกรรมการกลุ่มที่เป็นกึ่งประจำที่ทำหน้าที่เป็นผู้เสริมหรือชี้แนะทางนโยบายจากระดับบน และคณะกรรมการกลุ่มที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ให้บอร์ดสามารถชี้แนะด้านนโยบายได้ไม่ได้เป็นแค่ตรายางคอยอนุมัติโครงการ

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สศช.ต้องเป็นสมองของประเทศ ถ้าสมองไม่ดีทุกอย่างก็แย่ ปัจจุบัน สศช.กำลังประสบปัญหาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ สศช.ดึงคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถมาทำงานได้ไม่มาก เนื่องจากถูกเอกชนดึงตัวไปจำนวนมาก ซึ่งต้องมีผลตอบแทนที่ดีจึงจะดึงคนเข้ามาได้ นอกจากนี้ สศช.ต้องปรับความสมดุลระหว่างงานประจำกับงานวางแผนในระยะยาวเพื่อทำเรื่องอนาคตอย่างแท้จริง เพราะหากทำงานหลายอย่างจะไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ทุกอย่าง

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า สศช.อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดตล้องทั้งกับนโยบายที่รองนายกรัฐมนตรีมอบหมาย และตามกฎมายยุทธศาสตร์ชาติที่กำลังจะออกมาบังคับใช้ ซึ่งประกอบด้วยหลายส่วนทั้งการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สศช.โดยทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะเสนอได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเตรียมเพิ่มกำลังคนเข้ามารองรับภารกิจที่จะเพิ่มขึ้นตามกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะต้องมีสำนักงานที่ สศช.ดูแล รวมถึงการเตรียมการเพื่อตั้งสถาบันวิจัยเพื่อลดการจ้างสถาบันวิจัยจากภายนอกโดยจะเป็นสถาบันวิจัยเชิงลึกมีการเชื่อมโยงกับสถาบันวิจัยและพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ โดยส่วนนี้จะมีลักษณะองค์กรเป็นหน่วยงานบริการรูปแบบพิเศษ หรือ SDU เพื่อความคล่องตัว และที่ยังเป็นแนวคิดอยู่ ก็คือ การเชิญให้ที่ปรึกษาระดับโลกมาเป็นที่ปรึกษาประจำของหน่วยงาน รวมถึงการมองถึงแนวทางการนำโมเดลใหม่ๆ มาใช้กับการวิเคราะห์เศรษฐกิจที่มีหลายมิติมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69