
บูมเขตศก.ใหม่
เอกชนขานรับหลวงพระบาง-อินโดจีนเพิ่มค้า
เอกชนขานรับหลวงพระบาง-อินโดจีนเพิ่มค้า
โพสต์ทูเดย์ – เอกชนกลุ่มภาคเหนือหนุนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย เพิ่มมูลค่าค้าชายแดนไม่ต่ำกว่า 30%
นายวุฒิชัย โรจน์ทิพย์รัก ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ที่ประกอบด้วย จ.อุตรดิตถ์ ตาก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และพิษณุโลก ได้ผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่บนระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำใย (LIMEC) ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา สุขภาพ และโลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการระหว่างกัน
ทั้งนี้ ระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย (LIMEC) จะผ่านเมืองสำคัญต่างๆ ได้แก่ แขวงไซยะบุรีและแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว และรัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญของเมียนมา รวมทั้งผ่าน 5 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของไทย
นายวุฒิชัย กล่าวว่า การดำเนินงานของ LIMEC ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่ามีความคืบหน้าชัดเจน โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่เปิดกว้างขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าการค้าทั้งภายในกลุ่มจังหวัดและชายแดนเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% ถึงแม้ว่าเพชรบูรณ์จะไม่มีชายแดน แต่จะชูการค้าชายแดนด้วย เนื่องจากชาวเพชรบูรณ์และชาวเมืองไซยะบุรีของ สปป.ลาว มีการติดต่อค้าขายกันมานานแล้ว โดยเฉพาะพืชไร่ทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง และไม้ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การค้าไม่ได้อยู่ที่ชายแดนเท่านั้น แต่เข้าไปถึงแขวงไซยะบุรีและหลวงพระบางและกำลังจะทะลุไปถึงวังเวียงด้วย เนื่องจากโครงการก่อสร้างทางรถไฟใน สปป.ลาว จะมีการอพยพคนจีนทั้งผู้บริหาร แรงงาน วิศวกรมาจำนวน 1.5 แสนคน ซึ่งมีความต้องการสินค้าและอาหารจำนวนมาก แต่ลาวไม่มีศักยภาพในการผลิตเพียงพอ ขณะที่เพชรบูรณ์มีความพร้อมเป็นแหล่งผลิตผักและผลไม้ภายใต้ โครงการกรีนมาร์เก็ต ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลง
นายวุฒิชัย กล่าวว่า จ.เพชรบูรณ์ จะชูจุดเด่นในเรื่องของการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (กรีน ทัวริซึ่ม) และเกษตรอุตสาหกรรม) ด้านการท่องเที่ยวนั้น มีโครงการเส้นทางเชื่อม 4 มรดกโลก โดยเริ่มต้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา มาที่อุทยานศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก จากนั้นไปต่อหลวงพระบาง สปป.ลาว โดยผ่านทางด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง จ.เลย ซึ่งอยู่ห่างจาก จ.เพชรบูรณ์ เพียง 120 กิโลเมตร ที่เป็นด่านทันสมัยแต่ปริมาณการใช้ยังไม่หนาแน่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพและเชื่อมโยงทางเข้าออกกลุ่ม LIMEC (ไทย เมียนมา และลาว) ขึ้นไปที่เชียงรุ้งจีนและเดียนเบียนฟูเวียดนามได้







