
‘ทายมี’ แปรรูปผลไม้สด สู่ขนมกรอบ
ธุรกิจขนมกรอบ “ทายมี” จากผู้ร่วมก่อตั้ง 4 คน ที่ต้องการนำผลไม้และผลผลิตทางการเกษตรของไทยมาแปรรูป
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ธุรกิจขนมกรอบ “ทายมี” จากผู้ร่วมก่อตั้ง 4 คน ที่ต้องการนำผลไม้และผลผลิตทางการเกษตรของไทยมาแปรรูปสู่ขนมกรอบเพื่อสุขภาพ และสามารถขยายสู่ตลาดส่งออกได้หลายประเทศแล้ว
วิไลลักษณ์ ฐิติพลธำรง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลธ์ สแน็ค ผู้ผลิตและทำตลาดแบรนด์ขนมกรอบ “ทายมี” (Try Me) เปิดเผยว่า ธุรกิจขนมกรอบทายมี ที่เกิดขึ้นมาจากความรักและความชอบในการรับประทานขนมขบเคี้ยว แต่ยังไม่สามารถหาขนมขบเคี้ยวในรูปแบบที่ต้องการได้ จึงนำมาสู่แนวคิดการพัฒนาขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ โดยการนำผลผลิตทางการเกษตรและผลไม้ของประเทศไทยมาแปรรูปสู่สินค้าใหม่ ผลไม้กรอบ
ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้มีการแปรรูปสู่ขนมจะเลือกเนื้อผลไม้สดแท้ๆ มีทั้งกล้วย ฟักทอง และเผือก โดยแหล่งที่ปลูกจะมาจากฟาร์มของเกษตรกรภายในประเทศ ที่บริษัทได้ทำสัญญาที่จะปลูกและส่งสินค้าให้แก่บริษัท ซึ่งจะเป็นแหล่งปลูกที่มีมาตรฐาน และผลิตสินค้าเกษตรได้ต่อเนื่อง ส่งผลดีทำให้บริษัทมีผลผลิตการเกษตรนำมาผลิตสินค้าตลอดปี
อีกทั้งก่อนที่บริษัทจะทำตลาด ได้วิจัยและสำรวจพฤติกรรมของลูกค้าอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ตลาด และตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งสร้างมาตรฐานของสินค้า ที่ทำให้ผลิตเพื่อส่งออกไปตลาดต่างประเทศได้ทันที
“ก่อนหน้านี้ได้ทำธุรกิจด้านเอเยนซี ต่อมาได้เรียนระดับปริญญาโท ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ได้เจอเพื่อนที่เรียนด้วยกัน จึงนำมาสู่การสร้างแบรนด์สินค้า ซึ่งแต่ละคนจะเชี่ยวชาญในแต่ละด้านแตกต่างกัน” วิไลลักษณ์ กล่าว
การแปรรูปผลไม้ไทยสู่สินค้าขนมกรอบ บริษัทได้เริ่มลงทุนจากระดับน้อย โดยเมื่อตลาดตอบรับดีขึ้น จึงขยายลงทุนใหม่ โดยปัจจุบันมีโรงงานผลิตสินค้าที่ จ.สมุทรปราการ ส่วนลูกค้าเน้นเจาะตลาดระดับกลางและระดับบน อีกสิ่งสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากคือ การวิจัยและพัฒนาสินค้า (อาร์แอนด์ดี) ซึ่งบริษัทมีพันธมิตรที่ร่วมมือในการทำอาร์แอนด์ดีสินค้า พร้อมกันนี้บริษัทจะมุ่งนำผลผลิตทางการเกษตรและผลไม้ของไทยมาสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งได้เข้าร่วมโครงการของหน่วยงานรัฐ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาสินค้า ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพผลิต
“การนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปสู่สินค้า จำเป็นต้องดูแลสต๊อกสินค้าอย่างดี มีแหล่งผลิตชัดเจน เพื่อให้สามารถส่งวัตถุดิบมาให้แก่บริษัทได้ รวมทั้งต้องบริหารสต๊อกสินค้าเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต้นทุน” วิไลลักษณ์ กล่าว
ผลการขยายตลาดเป็นเวลา 3 ปี ลูกค้าตอบรับดีต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ อีกทั้งบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าเองจึงมีแบรนด์รายอื่นติดต่อให้บริษัทผลิตสินค้า จากการมีโรงงานที่ได้มาตรฐาน ส่วนการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศมีทั้งประเทศจีน สิงคโปร์ กัมพูชา และเมียนมา
บริษัทได้ตั้งเป้าหมายจะพัฒนาสินค้าใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การผลิตมาตรฐาน และมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลไม้ไทย







