posttoday
10 ทำ 10 ไม่ ใน CLMV

10 ทำ 10 ไม่ ใน CLMV

14 เมษายน 2560

เมื่อวันพุธที่ 5 เม.ย. 2560 ผมได้ไปร่วมเสวนาเรื่อง “ไขข้อข้องใจ ก่อนเดินเข้าสู่ CLMV อย่างประสบความสำเร็จ”

โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เมื่อวันพุธที่ 5 เม.ย. 2560 ผมได้ไปร่วมเสวนาเรื่อง “ไขข้อข้องใจ ก่อนเดินเข้าสู่ CLMV อย่างประสบความสำเร็จ” ที่จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และหอการค้าไทย ผมขอนำเสนอความคิดเห็นของวิทยากรบางส่วนที่น่าสนใจเผื่อเป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจใน CLMV และตอนท้ายจะเป็นคาถาของผม “10 ทำ 10 ไม่ ใน CLMV”

ขอเริ่มจากผู้แทนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่พูดถึง “What” คือ นักธุรกิจจะไป CLMV ต้องรู้ว่าทำอะไร และมีอะไรอยู่ที่ไหน “Who” คือ นักธุรกิจไทยต้องรู้ว่าใครเป็นใคร ติดต่อใคร และ “How” คือ ต้องรู้ว่าบีโอไอจะช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ส่วนตัวแทนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยกตัวอย่างประเทศกัมพูชา ว่ามีธุรกิจที่มีศักยภาพ 3 ธุรกิจติดดาวคือ “ดาวรุ่ง” คือ ภาคก่อสร้างที่โตมากถึง 15-20% ต่อปี “ดาวโรย” หมายถึงธุรกิจหรือสินค้าที่มีทั่วๆ ไปที่ประเทศ อื่นๆ ผลิตได้ในกัมพูชา และ “ดาวร่วง” คือ ธุรกิจการ์เมนต์ ส่วนเมืองที่สำคัญของกัมพูชาแบ่งเป็น 3 เมืองหลักๆ คือ พนมเปญ เสียมราฐ และพระสีหนุ

วิทยากรท่านสุดท้าย เป็นตัวแทนจากภาควิชาการ พูดถึงการไปลงทุนใน CLMV ว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงและผู้ประกอบธุรกิจในไทยยังให้ความสำคัญน้อย คือ กฎหมายป้องกันการผูกขาด ซึ่งในไทยเรียกว่ากฎหมายแข่งขันทางการค้า มีคำถามที่นักลงทุนต้องรู้คือ 1.ซื้อที่ดินหรือไม่ 2.องค์กรธุรกิจไหนที่คิดว่าเป็นประโยชน์ที่สุด 3.ทรัพย์สินทางปัญญาคุ้มครองอย่างไร 4.ภาษีเสียอย่างไร และ 5.โอนเงินกลับได้หรือไม่ ถ้าเราส่งออกสินค้าแล้วมีผู้นำเข้าเป็น CLMV เราจะตกอยู่ภายใต้กฎหมายแข่งขันทางการค้าของประเทศเหล่านั้น แต่เมื่อไหร่ที่เราต้องการไปตั้งศูนย์กระจายสินค้าหรือสำนักงานในประเทศ CLMV ก็จะมีการเข้ามาแข่งขันกับสินค้าจากประเทศอื่น ซึ่งจุดนี้จะเป็นเรื่องของการนำเอากฎหมายป้องกันการผูกขาดเข้ามาใช้

สุดท้าย ผมขอแชร์ไอเดียสำหรับการทำธุรกิจใน CLMV “10 ทำ 10 ไม่” เริ่มจาก “10 ทำ” ก่อนนะครับ 1.เลือกประเทศ CLMV ว่าจะไปทำธุรกิจประเทศไหนดี 2.ต้องทราบถึงกฎหมายการทำธุรกิจและการลงทุนรวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามกฎหมายที่ให้กับนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งนโยบายส่งเสริมในการทำธุรกิจและการลงทุนของประเทศ CLMV ว่ารัฐบาลส่งเสริมกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมในระยะ 10 ถึง 20 ปีข้างหน้า 3.ศักยภาพของประเทศ 4.ต้องมีคอนเนกชั่นและหุ้นส่วนทางธุรกิจ สำหรับเอสเอ็มอีไทย ผมไม่แนะนำให้ไปลงทุนใน CLMV ด้วยเงินทุนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ควรหาหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้ ซึ่งไม่ได้หาง่ายๆ ต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะได้หุ้นส่วนที่ไว้ใจได้ 5.ไปเป็นกลุ่มธุรกิจ อย่าไปเดี่ยวๆ

6.นำสินค้าเป็น “แม่ทัพ” ในการทะลุทะลวงตลาด คือไม่ควรลงทุนตั้งโรงงานหรือตั้งบริษัททันที แต่ควรใช้สินค้าไปทดสอบตลาดก่อน หากเริ่มเห็นอนาคตจึงค่อยๆ ขยับไปตั้งบริษัท 7.ร่วมบิซิเนสทริปไปกับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนไทย รวมทั้งร่วมงานแสดงสินค้า ข้อนี้น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะได้ทั้งยอดขายและรู้จักกับหุ้นส่วนทางธุรกิจด้วย 8.เดินทางไปศึกษาด้วยตนเอง เพื่อให้ทราบว่าความต้องการและรสนิยมของผู้บริโภคใน CLMV เป็นอย่างไร 9.ต้องรู้ช่องทางในการจำหน่ายสินค้าว่าเป็นช่องทางไหนใน CLMV และ 10.การสื่อสารสินค้าผ่านทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียทุกรูปแบบ โดยเน้นเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาประเทศ CLMV ที่เลือกจะทำธุรกิจ และภาษาไทย รวมถึงนำหุ้นส่วนธุรกิจของ CLMV เข้ามาเยี่ยมบริษัทหรือโรงงานในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจ

สำหรับ “10 ไม่” ได้แก่ 1.ไม่มีข้อมูล แต่อยากทำธุรกิจใน CLMV ซึ่งยากครับในการที่จะเข้าไป 2.ไม่กล้าตัดสินใจ มีหลายกรณีที่นักธุรกิจไทยเดินทางไปร่วมกิจกรรมกับประเทศ CLMV แต่สุดท้ายไม่กล้าตัดสินใจทำธุรกิจ เพราะกลัวจะถูกโกงหรือกลัวว่าจะขาดทุน 3.ไม่รู้ภาษา 4.ไม่รู้สิทธิประโยชน์และกฎระเบียบ 5.ไม่มีหุ้นส่วน6.ไม่เดินทางด้วยตนเอง 7.ไม่ร่วมงานแสดงสินค้า 8.ไม่เข้าร่วมสัมมนาในประเทศไทย 9.ไม่มีเครือข่ายในการทำธุรกิจ และ 10.ไม่ทดสอบตลาด

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69