posttoday
เล็งตลาดหุ้นเอเชีย

เล็งตลาดหุ้นเอเชีย

13 เมษายน 2560

สวัสดีปีใหม่ไทยครับ ปีนี้อุณหภูมิในเมืองไทยอาจจะร้อนไปสักนิด แต่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย

โดย...รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส

สวัสดีปีใหม่ไทยครับ ปีนี้อุณหภูมิในเมืองไทยอาจจะร้อนไปสักนิด แต่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียน่าจะพอสร้างความเย็นใจในระยะยาวให้นักลงทุนได้มากพอสมควร เพราะหลังจากหุ้นเอเชียไม่เป็นที่สนใจมากนักนับตั้งแต่ปี 2557 ในปีนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ตลาดจะเริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง กระแสเงินลงทุนก็ไหลกลับเข้ามา ทั้งยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของภูมิภาคนี้เป็นแรงหนุน ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียมีความโดดเด่น คือ เศรษฐกิจเอเชียที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ลดลง สัญญาณบวกปรากฏอยู่ในตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่เพิ่มสูงขึ้น หนี้ภาครัฐต่อจีดีพีก็ปรับตัวลดลง ดุลบัญชีเดินสะพัดโดยรวมก็ปรับขึ้นมาอยู่ในระดับที่ดี เช่นเดียวกันกับตัวเลขส่งออกที่ขยายตัวขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น นักวิเคราะห์หลายสำนักยังปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาคเอเชียขึ้น ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มประมาณการที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 นอกจากนี้ในแง่ของราคา ผมมองว่าหุ้นเอเชียราคายังไม่แพงเกินไป และถือว่ามีราคาถูกกว่าหุ้นในตลาดของประเทศพัฒนาแล้วในรอบทศวรรษที่ผ่านมาอีกด้วยครับ

ส่วนหุ้นในประเทศไหนที่มีความน่าสนใจ ผมมองว่าหุ้นจีน อินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ยังมีโอกาสเติบโตสูง และเป็นตลาดที่น่าเลือกเพื่อกระจายการลงทุน

สำหรับจีนนั้น นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเศรษฐกิจจีนได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ความกังวลว่าเศรษฐกิจจีนจะเกิดการชะลอตัวอย่างหนักก็บรรเทาเบาคลายลง การลงทุนภาคเอกชนก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ทางการจีนให้ความสำคัญมาโดยตลอดก็มีความรุดหน้า และคาดว่าจะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวที่ 6% ได้ในปีนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ทางการจีนยังมีมาตรการที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมุ่งผลักดันประเทศไปสู่การเป็นเจ้าทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งก็มีโอกาสที่หุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกที่เรารู้จักกันดีอย่างอาลีบาบา หรือเทนเซนต์ จะเติบโตขึ้นไปอีก นอกจากนี้หากจีนสามารถผลักดันหุ้นจีน A-Share ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการคำนวณ MSCI Emerging Markets Index ในกลางปีนี้ได้สำเร็จ ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามาสู่ตลาดหุ้นจีนในอนาคต

ย้อนกลับไปถึงเรื่องนวัตกรรม เกาหลีใต้และไต้หวันเป็นอีกตลาดที่สร้างโอกาสในการลงทุนกับหุ้นของบริษัทที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ผมมองว่าปีนี้เกาหลีใต้น่าจะเติบโตได้สูง โดยมี “Tech Super Cycle” เป็นแรงขับเคลื่อน ซึ่งอีกไม่นานเราน่าจะได้เห็นการขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นในตลาดโทรศัพท์มือถือที่จะผลักดันหุ้นในกลุ่มไอที และหุ้นของบริษัทในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องพลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย

ทางด้านตลาดหุ้นอินเดียก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้เปิดเผยมุมมองต่อภูมิภาคเอเชียใต้ ว่า เอเชียใต้จะมีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วที่สุดโดยคาดว่าจะเติบโตถึง 7% ในปีนี้ และ 7.2% ในปี 2561 และจะได้แรงหนุนจากประเทศอินเดีย ซึ่งคาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวราว 7.4% และเพิ่มเป็น 7.6% ในปีหน้า (ที่มา : https://www.adb.org/sites/default/files/publication/237761/ado-2017-highlights.pdf) ซึ่งอินเดียมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไปได้ในระยะยาว ทั้งยังได้ประโยชน์จากการที่รัฐบาลเรียกคืนธนบัตร 500 และ 1,000 รูปี ซึ่งไม่เพียงผลักดันให้มีเงินกลับเข้าสู่ระบบและช่วยขับเคลื่อนให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเท่านั้น

หากยังสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับมาได้อย่างดีอีกด้วย และที่น่าจับตามองต่อไปคือ อินเดียอาจก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมหนักที่จีนลดอุปทานลง เนื่องจากอินเดียยังคงมีค่าแรงที่ถูกกว่าเป็นข้อได้เปรียบ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ