
กรุงเทพสำรองหนี้ทีวี100%
ทั้งซีทีเอชและไทยทีวี คาดปีนี้เอ็นพีแอลยังทรงตัวที่3% พร้อมปล่อยกู้ตามเป้า
ทั้งซีทีเอชและไทยทีวี คาดปีนี้เอ็นพีแอลยังทรงตัวที่3% พร้อมปล่อยกู้ตามเป้า
โพสต์ทูเดย์ - แบงก์กรุงเทพไม่ห่วงหนี้ทีวี เผยตั้งสำรอง 2 ช่อง เต็ม 100% ส่วนรายอื่นยังดี คาดสินเชื่อโตตามเป้า
นายเดชา ตุลานันท์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารได้มีการติดตามลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจโทรทัศน์จำนวน 2 ราย ที่กำลังมีข้อพิพาท คือ บริษัท ซีทีเอช ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ที่มีประเด็นการจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์กับบริษัท ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์ค กรุ๊ป เอเชีย หลังจากฟ็อกซ์ฯ ได้ยื่นฟ้องธนาคารกรุงเทพทั้งในศาลฮ่องกงและศาลไทย กรณีไม่จ่ายแบงก์การันตีค่าลิขสิทธิ์แทนบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และบริษัท ซีทีเอช มูลค่า 2,500 ล้านบาท ขณะนี้เรื่องจบแล้ว ทั้งแกรมมี่และซีทีเอชได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์แก่ฟ็อกซ์ฯ เรียบร้อยแล้ว
สำหรับบริษัท ไทยทีวี ผู้ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล กับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ศาลปกครอง คดียังไม่สิ้นสุด แต่ตามการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร จึงได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเต็ม 100% สำหรับมูลหนี้ทั้งสองรายแล้ว แม้ลูกหนี้จะยังไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็ตาม
อย่างไรก็ดี เอ็นพีแอลของธนาคารกรุงเทพยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อกลุ่มธุรกิจ ทั้งลูกค้ารายใหญ่และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี แต่ไม่มากนัก โดยในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพได้ควบคุมคุณภาพการปล่อยสินเชื่อ รวมทั้งดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง มีการตั้งสำรองหนี้เสียอยู่ในระดับสูงเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยสิ้นปี 2560 นี้คาดว่าเอ็นพีแอลของธนาคารจะทรงตัวประมาณ 3% ของยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมด
สำหรับแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อรวมในปีนี้ ธนาคารกรุงเทพยังคงเป้าหมายเติบโต 4-5% จากปีที่แล้วเติบโต 3.2% โดยเป็นการขยายตัวจากการลงทุนภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า การก่อสร้างทางยกระดับ ที่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลต่อภาคเศรษฐกิจจริงในไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป ดังนั้น ในช่วงครึ่งปีแรกภาพรวมการปล่อยสินเชื่อคาดว่าจะยังทรงตัวอยู่
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามความเสี่ยงหลายด้านที่อาจกระทบกับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ การดำเนินนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ รวมทั้งเศรษฐกิจประเทศหลัก ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนอยู่ ส่วนเศรษฐกิจไทยได้รับอานิสงส์จากมาตรการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ น่าจะขยายตัวได้ 3.2% ในปีนี้







