posttoday
ธปท.สำทับผู้ส่งออก อย่าเสี่ยงเก็งค่าเงินบาท

ธปท.สำทับผู้ส่งออก อย่าเสี่ยงเก็งค่าเงินบาท

11 เมษายน 2560

ธนาคารแห่งประเทศไทย โดย ธีธัช เชื้อประไพศิลป์ และ ณัฐพงศ์ รุจิรวนิช ระบุในรายงาน

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

ธนาคารแห่งประเทศไทย โดย ธีธัช เชื้อประไพศิลป์ และ ณัฐพงศ์ รุจิรวนิช ระบุในรายงาน “รับมือบาทผันผวนด้วยการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน” ว่า ความผันผวนในตลาดการเงินโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นที่น่าตกใจว่าผู้ส่งออกไทยกว่า 60% ไม่ทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผ่านการใช้เครื่องมือทางการเงินเลย ส่วนหนึ่งอาจไม่อยากป้องกันความเสี่ยง เพราะคิดว่าทางการจะคอยดูแลไม่ให้ค่าเงินเคลื่อนไหวมาก จึงไม่ควรขาดทุนกำไรเพื่อเสียค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง แต่ข้อเท็จจริงคือ ค่าเงินเกือบทั้งโลกมีความผันผวนมากขึ้น แม้ค่าเงินบาทโดยรวมผันผวนน้อยกว่า แต่ก็เคลื่อนไหวผันผวนขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา

ที่สำคัญ ผู้ประกอบการที่ป้องกันความเสี่ยงน้อยคือ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก จากข้อมูลปี 2558 พบว่าผู้ประกอบการที่ส่งออกเป็นประจำ (ส่งออกมากกว่า 6 เดือน ใน 1 ปี) มีเพียง 14% ที่ทำสัญญาขายเงินล่วงหน้า (Forward) เพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ กลุ่มนี้เป็นผู้ส่งออกรายเล็กเพียง 9% และมี 26% ของจำนวนผู้ส่งออกรายใหญ่ สถิติดังกล่าวน่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กตระหนักว่า วินัยในการป้องกันความเสี่ยงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพทางธุรกิจสูงกว่า รวมทั้งอาจจะมีทางเลือกในการป้องกันความเสี่ยงมากกว่า ยังไม่ค่อยกล้าเสี่ยงกับความผันผวนของค่าเงิน

แม้ว่าผู้ประกอบการรายเล็กบางส่วนอาจขาดความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง หรืออาจเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินของธนาคาร แต่จากข้อมูลพบว่าผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยพยายามเก็งทิศทางค่าเงิน และเลือกที่จะไม่ป้องกันความเสี่ยงทั้งที่มีโอกาสทำได้ จึงเห็นพฤติกรรมการป้องกันความเสี่ยงที่ขาดความต่อเนื่องจนเกิดอาการแห่ป้องกันความเสี่ยงในช่วงใดช่วงหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งยิ่งกดดันค่าเงินและซ้ำเติมผลกระทบให้ผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น ในช่วง 12 เดือน ระหว่างเดือน ก.ค. 2555-มิ.ย. 2556 ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างมาก ทั้งด้านแข็งค่าและอ่อนค่า สัดส่วนผู้ส่งออกรายเล็กที่ป้องกันความเสี่ยงเหวี่ยงขึ้นลงระหว่าง 33% กับ 46% ถือว่ามากเมื่อเทียบผู้ส่งออกรายใหญ่ที่ป้องกันความเสี่ยง 60% ตลอดช่วงดังกล่าว

การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหนึ่งในภูมิคุ้มกันความมั่นคงของรายได้ที่สำคัญอย่างมาก  ซึ่งผู้ประกอบการสามารถสร้างได้ด้วยตนเอง โดยเริ่มต้นพิจารณาธุรกิจของตนว่ามีภาระทั้งการนำเข้าและส่งออกหรือไม่ และสามารถบริหารรายได้กับรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ด้วยการนำรายได้และรายจ่ายสกุลเดียวกันมาหักกลบลบหนี้ได้หรือไม่ (Natural Hedge) หรือหากผู้ประกอบการสามารถรับชำระหรือจ่ายค่าสินค้าเป็นเงินบาท ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินไปได้มาก

นอกจากนั้น ผู้ประกอบการยังสามารถใช้บริการทางการเงินผ่านธนาคารเพื่อป้องกันความเสี่ยง เช่น การเปิดบัญชี FCD เพื่อนำเงินรายได้ในสกุลเงินตราต่างประเทศฝากเข้าบัญชีดังกล่าวเตรียมไว้ชำระค่าใช้จ่ายในอนาคต ทั้งค่าสินค้า บริการ และหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศ โดยการใช้บัญชี FCD จะมีต้นทุนเป็นค่าธรรมเนียมฝากหรือถอน และอื่นๆ ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร หรือบริหารความเสี่ยงด้วยการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า โดยผู้ประกอบการมือใหม่ที่สนใจป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินโดยใช้สัญญาล่วงหน้าสามารถติดต่อขอเปิดวงเงินจากฝ่ายสินเชื่อของธนาคารที่ผู้ประกอบการใช้บริการเป็นหลัก

ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สามารถบริหารจัดการได้ผ่านเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงต่างๆ และการที่ผู้ประกอบการจะอยู่รอดได้ในระยะยาวจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วย เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันโดยไม่มุ่งหวังกำไรจากค่าเงิน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค