
Fund Fact Sheet ตอน ข้อมูลใหม่
ครั้งนี้น่าจะเป็น “ตอนสุดท้าย” ของ Fund Fact Sheet รูปแบบใหม่ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ครั้งนี้น่าจะเป็น “ตอนสุดท้าย” ของ Fund Fact Sheet รูปแบบใหม่ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ สน. 61/2559 เรื่อง หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน (ฉบับที่ 3)
แต่น่าจะเป็นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะจะเป็น “ข้อมูลใหม่” ที่จะได้จาก Fund Fact Sheet หรือ “คำศัพท์ใหม่” ที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุน
ค่าธรรมเนียม... รวมภาษี
นอกจากจะต้องบอกค่าธรรมเนียมแบบที่ต้องระบุไว้เหมือนที่เคยทำมาตลอดแล้ว ใน Fund Fact Sheet แบบใหม่จะต้องบอก “ค่าธรรมเนียมที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใด” ไว้ด้วย
1.ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม
ต่อจากนี้ไป ค่าธรรมเนียมจะไม่ได้แสดงเป็น “ตัวเลข” (% ต่อปีของ NAV) เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องแสดงในรูป bar chart หรือ กราฟแท่ง เพื่อให้นักลงทุนเห็นค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง และขีดเส้นเป็นเพดานของค่าธรรมเนียมสูงสุดเอาไว้ด้วย
นอกจากนี้ ยังต้องบอกด้วยว่า 3 ปีที่ผ่านมากองทุนถูกเก็บค่าธรรมเนียมอะไรไปเท่าไรบ้าง โดยจะต้องแสดงข้อมูลในปีปัจจุบัน และย้อนหลังไปอีก 2 ปี ในรูปแบบ bar chart หรือ กราฟแท่ง ที่มีเพดานค่าธรรมเนียมสูงสุดไว้เช่นเดียวกัน
2.ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย
ข้อมูลนี้ต้องแสดงทั้งค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงและค่าธรรมเนียมสูงสุดเอาไว้เช่นเดียวกัน แต่สามารถทำเป็นตารางตัวเลข หรือจะทำในรูปแบบ bar chart เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมก็ได้
นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีก เช่น
- กรณีกองทุนรวมที่มีหลาย class จะต้องเปิดเผยค่าธรรมเนียมของทุก class ด้วย
- กรณีกองทุนรวม trigger fund จะต้องเปิดเผยรายละเอียดข้อมูลการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ โดยเฉพาะที่แตกต่างจากกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเดียวกันกับ trigger fund ภายใต้การจัดการให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น
“บริษัทจัดการจะเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเต็มระยะเวลา Y เดือน ในอัตราไม่เกิน X% ต่อปีของ NAV แม้ว่ากองทุนรวมถึงเป้าหมายก่อน Y เดือน”
“การจะเก็บค่าธรรมเนียมการจัดตั้งกองทุนรวม X% ของ NAV ณ วันจดทะเบียนกองทุนรวม โดยจะทยอยตัดเป็นค่าใช้จ่ายเท่ากันทุกเดือนตลอด Y เดือน และหากกองทุนรวมถึงเป้าหมายก่อน Y เดือน บริษัทจัดการจะตัดจ่ายค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือทั้งจำนวน”
“บริษัทจัดการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน X% ของมูลค่าขายก็ต่อเมื่อกองทุนรวม ถึงเป้าหมายภายในระยะเวลาที่กำหนด Y เดือน”
- กรณีกองทุนรวมฟีดเดอร์ ต้องเปิดเผยค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลักรวมถึงค่าใช้จ่ายที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติมด้วย เช่น ค่านายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ค่าตอบแทนที่กองทุนไทยได้รับจากการลงทุนในกองทุนหลัก (rebate) ว่าคืนกลับเข้ากองทุนรวมหรือไม่
ผลการดำเนินงาน... หลายมิติ
ใน Fund Fact Sheet แบบใหม่ ก.ล.ต.กำหนดให้กองทุนต้องเปิดเผยผลดำเนินงาน และความเสี่ยงในหลากหลายมิติ ซึ่งบางอย่าง เราคุ้ยเคยกันดีอยู่แล้ว แต่บางอย่างก็เป็นเรื่องใหม่ที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินกันมาก่อน ได้แก่
1.ผลการดำเนินงานและดัชนีชี้วัดย้อนหลังตามปีปฏิทินให้แสดงผลการดำเนินงานและดัชนีชี้วัดย้อนหลังตามปีปฏิทินเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี (หรือตั้งแต่จัดตั้งกองทุนรวมกรณียังไม่ครบ 10 ปี) โดยมีวิธีการคำนวณให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนว่า ด้วยมาตรฐานการวัดและนำเสนอผลการดำเนินงานของกองทุนรวม ทั้งนี้ กรณีกองทุนรวม buy-and-hold บลจ.อาจไม่แสดงข้อมูลนี้ก็ได้
2.ผลขาดทุนสูงสุดที่เกิดขึ้นจริง 5 ปี (Maximum Drawdown) ให้แสดงผลขาดทุนสะสมสูงสุดที่เกิดจากการลงทุนจริงของกองทุนรวมย้อนหลังเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันที่รายงาน (หรือตั้งแต่จัดตั้งกองทุนรวมกรณียังไม่ครบ 5 ปี)
ทั้งนี้ กรณีกองทุนรวม buy-and-hold บลจ.อาจไม่แสดงข้อมูลนี้ก็ได้
สำหรับคนที่กังวลเรื่อง “การขาดทุน” มากๆ ต้องมองหา “Maximum Drawdown” ของกองทุนก่อนเลย เพราะจะช่วยบอกได้ว่า ในช่วง 5 ปีที่่ผ่านมา หรืออย่างน้อยก็นับจากจัดตั้งกองทุน กองทุนนี้เคยขาดทุนหนักสุดมากแค่ไหน
เมื่อเห็นตัวเลขนี้แล้วก็จะช่วยให้ประเมิน “ความเสี่ยง” ที่น่าจะเกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่ง หรือเตรียมใจไว้ได้ระดับหนึ่งว่า จะรับได้หรือไม่ถ้าต้องขาดทุนหนักสุดเหมือนที่กองทุุนนี้เคยเจอมา
แต่ที่ต้องระวังเอาไว้ คือ ไม่ควรนำค่า Maximum Drawdown มาเปรียบเทียบกัน ถ้าระยะเวลาของข้อมูลไม่เท่ากัน เช่น กองทุนที่จัดตั้งไม่นานอาจจะยังไม่เจอ “ช่วงเวลาเลวร้าย” จึงยังตอบไม่ได้ว่า ถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์นั้นกองทุนจะขาดทุนไปสักเท่าไร
3.ค่าความผันผวนของผลการดำเนินงาน
กองทุนจะต้องเปิดเผยค่าความผันผวนของผลการดำเนินงาน (Standard Deviation : SD % ต่อปี) ของกองทุนรวมย้อนหลังเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่รายงาน ทั้งนี้ กรณีกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งมาไม่ถึง 5 ปี ให้แสดงค่า SD ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่จดทะเบียนทรัพย์สินกองทุนรวม (Inception date) จนถึงวันที่รายงาน ทั้งนี้ กรณีกองทุนรวม buy-and-hold บลจ.อาจไม่แสดงข้อมูลนี้ก็ได้
ค่า SD จะบอกความผันผวนของผลดำเนินงานกองทุนว่า มีความ “เหวี่ยง” มากน้อยแค่ไหน ซึ่งกองทุนหุ้นแต่ละประเภทจะมีความเหวี่ยงที่แตกต่างกัน เช่น กองทุนตราสารหนี้ จะมีค่า SD น้อยกว่า 5% ถ้าเป็นกองทุนผสมจะอยู่ระหว่าง 5-10%
ขณะที่กองทุนหุ้นจะมีค่า SD มากกว่า 10% โดยที่กองทุนหุ้นตลาดพัฒนาแล้วจะแกว่งอยู่ระหว่าง 10-15% แต่ถ้าเป็นกองทุนหุ้นในตลาดเกิดใหม่จะสูงถึง 15-25%
4.ค่าความผันผวนของส่วนต่างของผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนรวมและผลตอบแทนของดัชนีชี้วัด (Tracking Error : TE)
กองทุนรวมที่มีนโยบายการบริหารกองทุนแบบ Passive fund/Index tracking เช่น กองทุนรวมดัชนี หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ ต้องเปิดเผยค่า Tracking Error ย้อนหลัง 1 ปี
ค่า TE จะสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเลียนแบบดัชนีชี้วัดของกองทุนรวมว่ามีการเบี่ยงเบนออกไปจากดัชนีชี้วัดมากน้อยแค่ไหน เช่น
หากกองทุนรวมมีค่า TE ต่ำ แสดงว่าอัตราผลตอบแทนของกองทุนมีการเบี่ยงเบนออกไปจากดัชนีชี้วัดในอัตราที่ต่ำ ดังนั้น กองทุนรวมนี้จึงมีประสิทธิภาพในการเลียนแบบดัชนีอ้างอิง ในขณะที่กองทุนรวมที่มีค่า TE สูง แสดงว่าอัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมมีการเบี่ยงเบนออกจากดัชนีชี้วัดในอัตราที่สูง ดังนั้น โอกาสที่ผลตอบแทนการลงทุนจะเป็นไปตามผลตอบแทนของ Benchmark ก็จะลดน้อยลง
5.ประเภทกองทุนรวมเพื่อใช้เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน ณ จุดขาย ให้เปิดเผยประเภทกองทุนรวมตามนิยามสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เพื่อให้คนขายสามารถอธิบายผลการดำเนินงาน และความเสี่ยงของกองทุนรวมเปรียบเทียบกับกองทุนรวมประเภทเดียวกันได้
6.ผลการดำเนินงานย้อนหลังแบบปักหมุดและความผันผวนของผลการดำเนินงาน
ต้องแสดงผลการดำเนินงานย้อนหลังแบบปักหมุด (ก็คือ ผลดำเนินงานย้อนหลังจากวันใดวันหนึ่ง ซึ่งเราก็คุ้นเคยกันอยู่ แค่เรียกชื่อให้ชัดขึ้นเท่านั้น) และความผันผวนของผลการดำเนินงานนับจากวันรายงาน ย้อนหลังเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี ล่าสุด หรือเกินกว่า 10 ปี หรือนับจากวันรายงานผลการดำเนินงานไปจนถึงวันที่จดทะเบียนทรัพย์สินกองทุนรวม
ช่วงนี้เราจะยังไม่ได้เห็นทุกกองทุนใช้รูปแบบของ Fund Fact Sheet ใหม่ แต่รับรองว่า ในปี 2561 เราจะเห็นแบบครบถ้วนแน่นอน







