posttoday
คลังลั่นปีนี้ไม่แจกเงินคนจน

คลังลั่นปีนี้ไม่แจกเงินคนจน

06 เมษายน 2560

ให้บัตรสวัสดิการช่วยเหลือค่าครองชีพ ด้านแบงก์ชาติหนุนอุ้มผู้มีรายได้น้อย

ให้บัตรสวัสดิการช่วยเหลือค่าครองชีพ ด้านแบงก์ชาติหนุนอุ้มผู้มีรายได้น้อย

โพสต์ทูเดย์ - คลังแจงไม่มีมาตรการแจกเงินรายละ 1,500-3,000 บาท ให้กับผู้ลงทะเบียนรายได้น้อยรอบใหม่

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่มีนโยบายแจกเงินให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ผ่านคุณสมบัติคนละ 1,500-3,000 บาท ตามที่ได้มีการปล่อยข่าวลือในโซเชียลมีเดียส่งข่าวต่อๆ กันชักชวนให้ประชาชนไปลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

“มาตรการแจกเงินดังกล่าว เป็นมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในปี 2559 ไม่ได้เป็นมาตรการในปี 2560 สำหรับผู้ลงทะเบียนรอบใหม่” นายพรชัย กล่าว

นายพรชัย กล่าวว่า การลงทะเบียนครั้งนี้สวัสดิการที่ประชาชนได้รับจะเป็นบัตรสวัสดิการ ซึ่งกระทรวงการคลังจะแจ้งให้ทราบในรายละเอียดต่อไป โดยเบื้องต้นจะใช้ลดภาระค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปาค่าโดยสารเมล์ รถไฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ ยอดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการสวัสดิการแห่งรัฐใน 3 วันแรก หรือตั้งแต่วันที่ 3-5 เม.ย. 2560 มีจำนวนรวมกว่า 1.7 ล้านราย แบ่งเป็นลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย จำนวน 2.6 แสนราย ผ่านธนาคารออมสิน 4.5 แสนราย ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มียอดลงทะเบียนแล้ว 8.1 แสนราย

สำหรับการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ เริ่มตั้งแต่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.นี้ กระทรวงการคลังคาดว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนกว่า 10 ล้านคน หลังจากปิดลงทะเบียนจะใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติอีก 1-2 เดือน และจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติได้ในเดือน ส.ค.นี้

นายกฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์นักวิจัยของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า งานวิจัยที่ศึกษาครัวเรือนในชนบท พบว่าครัวเรือนยากจนมีข้อจำกัดทางการเงินหลายด้าน และการบริโภคของครัวเรือนผันผวนน้อยกว่ารายได้ เพราะมีการช่วยเหลือทางการเงินหรือการให้กู้ระหว่างกัน เช่น กู้จากญาติกู้จากครัวเรือนในชุมชน กู้จากผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชน ฯลฯ ซึ่งเป็นการกู้นอกระบบเพื่อมาใช้บริโภค ดังนั้นถึงนโยบายรัฐจะพยายามลดเงินกู้นอกระบบที่มีทั้งส่วนดีและไม่ดีให้เข้ามาอยู่ในระบบ ก็ไม่ควรปิดช่องทางการกู้นอกระบบในคราวเดียว

สำหรับทางออกของการเข้าถึงแหล่งเงินของครัวเรือนยากจนน่าจะพอแก้ไขได้จากการเข้าไปค้ำประกันของภาครัฐเหมือนที่ในบางประเทศทำ แต่การเข้าไปค้ำของภาครัฐก็ต้องระวัง เพราะอีกด้านมันจะไปลดแรงจูงใจในการชำระหนี้ หรือมีการเบี้ยวหนี้เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

“การช่วยเหลือครัวเรือนที่ยากจนด้วยการให้คนที่เข้าคุณสมบัติที่กำกัดรายได้และทรัพย์สินตามเงื่อนไขของภาครัฐ เพื่อให้รัฐช่วยอุดหนุนสวัสดิการต่างๆ หรือกระทั่งให้เป็นเงินสดได้มีประสิทธิภาพและตรงจุดนั้น ถือว่ามีส่วนช่วยลดความผันผวนของรายได้ครัวเรือนได้ ทำให้การบริโภคในภาพรวมดีขึ้น สนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจภาพรวมได้อีกทาง” นายกฤษฎ์เลิศ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ