posttoday
ดนัย พรหมวงศ์ทิพย์ ถึงรายได้มาก แต่ไม่ต้องใช้มาก

ดนัย พรหมวงศ์ทิพย์ ถึงรายได้มาก แต่ไม่ต้องใช้มาก

04 เมษายน 2560

จากมนุษย์เงินเดือนที่เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยเงินเดือน 8,000 บาท วันนี้ ดนัย พรหมวงศ์ทิพย์ ประธานกรรมการผู้จัดการ TSD Services ก้าวออกมาจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนมาเป็น “เจ้าของกิจการ” ที่เริ่มจากงานออร์แกไนซ์ และขยับขยายธุรกิจมาเป็นเจ้าของแบรนด์ Freyja Peau คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางทั้งหมดนี้เริ่มจาก “ภาระหนี้” “ในตอนนั้นเงินเดือน 3 หมื่นบาท แต่มีบัตรเครดิต 6 ใบ วงเงินรวม 5 แสนบาท และทุกใบใช้เต็มวงเงิน เจ้าหนี้บัตรโทรมาทวงเงิน เราก็พยายามจะหาไปจ่ายให้ได้ ทั้งหมุนเงินจากบัตรนั้นมาจ่ายบัตรนี้ ยืมเงินจากน้อง เพราะตั้งใจว่าทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ติดเครดิตบูโร เพราะรู้ว่าถ้ามีประวัติค้างชำระแล้วการทำธุรกรรมการเงินในอนาคตจะยากมาก”แต่สุดท้ายกลายเป็น “วงจรที่ไม่สิ้นสุด”“ยอมรับว่าตอนนั้นใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่ค่อยได้คิด ไม่ได้วางแผน ทั้งเดือนหลังจากจ่ายหนี้หมดแล้วเหลือเงิน 5,000 บาท ไปยืมน้องก็ทำให้น้องเดือดร้อน หลังพิงฝาแล้วไม่มีทางออก ก็มานั่งคิดว่าทำไมชีวิตเราไม่มีเงินเหลือเลย ทำไมเงินไม่พอใช้จึงเริ่มมองหารายได้พิเศษควบคู่ไปกับการทำงานประจำ เพราะคิดแล้วประหยั

จากมนุษย์เงินเดือนที่เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยเงินเดือน 8,000 บาท วันนี้ ดนัย พรหมวงศ์ทิพย์ ประธานกรรมการผู้จัดการ TSD Services ก้าวออกมาจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนมาเป็น “เจ้าของกิจการ” ที่เริ่มจากงานออร์แกไนซ์ และขยับขยายธุรกิจมาเป็นเจ้าของแบรนด์ Freyja Peau คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง

ทั้งหมดนี้เริ่มจาก “ภาระหนี้”

“ในตอนนั้นเงินเดือน 3 หมื่นบาท แต่มีบัตรเครดิต 6 ใบ วงเงินรวม 5 แสนบาท และทุกใบใช้เต็มวงเงิน เจ้าหนี้บัตรโทรมาทวงเงิน เราก็พยายามจะหาไปจ่ายให้ได้ ทั้งหมุนเงินจากบัตรนั้นมาจ่ายบัตรนี้ ยืมเงินจากน้อง เพราะตั้งใจว่าทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ติดเครดิตบูโร เพราะรู้ว่าถ้ามีประวัติค้างชำระแล้วการทำธุรกรรมการเงินในอนาคตจะยากมาก”

แต่สุดท้ายกลายเป็น “วงจรที่ไม่สิ้นสุด”

“ยอมรับว่าตอนนั้นใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่ค่อยได้คิด ไม่ได้วางแผน ทั้งเดือนหลังจากจ่ายหนี้หมดแล้วเหลือเงิน 5,000 บาท ไปยืมน้องก็ทำให้น้องเดือดร้อน หลังพิงฝาแล้วไม่มีทางออก ก็มานั่งคิดว่าทำไมชีวิตเราไม่มีเงินเหลือเลย ทำไมเงินไม่พอใช้

จึงเริ่มมองหารายได้พิเศษควบคู่ไปกับการทำงานประจำ เพราะคิดแล้วประหยัดอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้มีเงินเหลือมากพอจะไปใช้หนี้ เนื่องจากเรามีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน ก็เลยคิดว่าหาเงินเพิ่ม แต่ไม่มีเงินทุนเลย จึงต้องหารายได้พิเศษที่ไม่ต้องใช้เงินทุน”

หลังจากนั้น ดนัย จึงเริ่มธุรกิจ “ซื้อมาขายไป” ในโลกออนไลน์ ซึ่งกลายเป็นว่าทำได้ดี มีกำไรในแต่ละเดือนมากกว่าเงินเดือนพนักงานไอทีที่เขาทำอยู่

“พอรายได้เพิ่มก็ไปเคลียร์หนี้บัตรเครดิตหมดภายใน 1 ปี และก็ทำให้ได้ประสบการณ์ว่า จะไม่ใช้จ่ายเกินตัว ใช้เงินอย่างมีวินัย และหลักสำคัญคือ ต้องหาให้ได้มากกว่าใช้”

ทุกวันนี้ ดนัย จัดแบ่งรายได้ออกเป็น 4 ส่วน คือ

40% เก็บไว้ใช้จ่ายส่วนตัว

20% เป็นเงินออมและทำประกันแบบสะสมทรัพย์

20% ลงทุนในหุ้น

20% เป็นทุนสำหรับลงทุนธุรกิจ

“ถึงวันนี้จะมีรายได้เยอะขึ้น แต่ก็ไม่ได้ใช้เยอะขึ้นตามไปด้วย แต่ให้น้ำหนักกับการลงทุนค่อนข้างมาก ที่ผ่านมาหัดเล่นหุ้นเอง ศึกษาด้วยตัวเอง เลือกหุ้นเอง ไม่ได้ซื้อผ่านกองทุนรวม ที่สนใจลงทุนหุ้น เพราะอยากจะศึกษาบริษัทที่ทำธุรกิจที่เราอยากทำ ลงทุนเพราะอยากได้รายงานประจำปีมาอ่าน โดยเริ่มจากเงินลงทุน 1 แสนบาท และพอร์ตเคยขึ้นไปแตะ 1 ล้านบาท”

ดนัย บอกว่า เขาชอบ “หุ้นตัวเล็ก” ที่มีโอกาสในการเติบโตสูง จึงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นมากถึง 70% ของพอร์ต และอีก 30% เป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลบ้าง

“ไม่ได้เก็งกำไรระยะสั้นเลย เพราะไม่มีเวลาดูพอร์ต”

หลังจากที่ทำงานประจำไปพร้อมๆ กับทำอาชีพเสริม ก็ทำให้ ดนัย มีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง จึงเริ่มมาลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน ซึ่งเริ่มจากงานออร์แกไนซ์รับจัดอีเวนต์

“การทำออร์แกไนซ์เราก็จะได้ความรู้ทางธุรกิจจากการจัดงานให้ลูกค้าด้วย แต่ก็ยังทำงานประจำไปด้วย จนวันหนึ่มาคิดว่าถ้าทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันจะไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย คือถ้าทำงานประจำก็จะไม่มีคนช่วยดูแลธุรกิจ แต่ถ้ามาทำธุรกิจก็ทำงานประจำได้ไม่ดี จึงตัดสินใจลาออกตอนอายุ 38 ปี”

และจากธุรกิจออร์แกไนซ์ ทำให้เขามองเห็นว่า “ธุรกิจความงาม” มีแนวโน้มที่ดีมาก

“เรารู้ว่าธุรกิจความงามเติบโตดีมาก แต่เราจะเริ่มอย่างไร ก็พอดีกับที่มีโอกาสรู้จักโรงงานผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ญี่ปุ่น ก็มาตีโจทย์ว่าผู้หญิงชอบความสวยความงาม ชอบแต่งหน้า แต่ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดเครื่องสำอาง และก็เห็นว่ายังไม่มีคนทำการตลาดในประเทศไทย เราก็เลยทำตัวคลีนซิ่ง Freyja Peau ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ก.พ. 2559”

ดนัย บอกว่า เงินลงทุนทั้งหมดเป็นกำไรสะสมจากธุรกิจออร์แกไนซ์นำมาต่อยอดธุรกิจ เพราะในช่วงหลังธุรกิจออร์แกไนซ์มีคู่แข่งมากขึ้นและไม่มีจุดขายที่ชัดเจน

แม้ว่าวันนี้จะยังเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ แต่ ดนัย เชื่อว่าจะเป็นสินค้าที่อนาคตดี และแน่นอนว่าเงินลงทุนในธุรกิจจะพยายามไม่ใช้เงินกู้ในการลงทุน

“คุยกันในหุ้นส่วนว่า ในช่วงแรกเราจะใช้เงินเก็บส่วนตัวและกำไรจากธุรกิจเดิม แต่ถ้าในอนาคตธุรกิจไปได้ดีและต้องการเงินทุนเพิ่มค่อยไปหาแหล่งทุนจากธนาคาร”

พร้อมกันนี้ ดนัย ยังให้มุมมองสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มองหาลู่ทางออกมาเป็นเจ้าของกิจการว่า ควรเริ่มจากการทำควบคู่กันไปก่อน

“อย่าคิดว่าจะออกไปตายเอาดาบหน้า เพราะมันจะตายจริงๆ ถ้าอยากจะทำอะไรให้ใช้เวลาว่างลองทำไปก่อน ลองดูว่าจะไปรอดไหม ต้องดูด้วยว่าธุรกิจของเราต้องพึ่งพาใครหรือไม่ ทำคนเดียวทั้งหมดได้ไหม หรือต้องมีผู้ช่วย มีหุ้นส่วน เพราะคนเราไม่ได้เก่งไปเสียทุกอย่าง”

นอกจากนี้ การลองทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในทันที อาจจะเหนื่อยและไม่มั่นคง แต่การทำงานประจำก็ไม่ได้มีความมั่นคงมากไปกว่ากัน

ดนัย บอกอีกว่า เวลาที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็จะคิดแต่เฉพาะเงินของตัวเอง แต่การทำธุรกิจส่วนตัวจะไม่ใช่แค่เงินของตัวเอง ต้องคิดถึงลูกน้องด้วย

“ในแต่ละเดือนจะคิดว่าเดือนนี้จะมีเงินจ่ายเงินเดือนลูกน้องไหม ไม่ได้คิดถึงตัวเองเลย คิดถึงคนอื่นก่อน”

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69