
Wealth Creation เดินสายให้ความรู้ฟรี... ไม่ได้เงิน แต่อิ่มใจ
แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่เน้น “ดูแลเงินของผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง” และรับดูแลเงินตั้งแต่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 30 ล้านบาทขึ้นไป แต่ เพียรไกร อัศวโภคา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวลธ ครีเอชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า คนที่ต้องการการดูแลทางการเงินมากๆ ไม่ใช่ผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง แต่เป็นคนที่ไม่มีต่างหาก“ลูกค้าจะมีเราหรือไม่ เขาก็มีความมั่งคั่งอยู่แล้ว แต่คนที่ต้องการที่ปรึกษาทางการเงินจริงๆ คือ คนที่ไม่มั่งคั่ง เพราะฉะนั้นจึงเริ่มคิดว่า จะดีไหมถ้าเราจะไปให้ความรู้กับคนที่เขาต้องการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”เพียรไกร บอกว่า เขาคิดและทำโครงการให้ความรู้กับคนทั่วไปมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว โดยในช่วงปีแรกๆ เขาจะเป็นผู้บรรยายเองเกือบทั้งหมด แต่ในช่วงหลังๆ จะมีพนักงานบริษัทอาสามาช่วยงาน โดยมีตั้งแต่คนที่เป็นวิทยากรไปจนถึงบริการรับลงทะเบียน“ไม่ได้บังคับว่าพนักงานจะต้องมาทำสัมมนา เพราะเป็นงานที่ทำฟรี ไม่มีเบี้ยเลี้ยง แต่จะขอให้คนในองค์กรเข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้งซึ่งพนักงานก็เต็มใจและยินดีที่จะทำกิจกรรม จะเห็นได้จากทุกครั้งที่เปิดรับสมัครจะมีคนสมัครเข้ามามากกว่า
แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่เน้น “ดูแลเงินของผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง” และรับดูแลเงินตั้งแต่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 30 ล้านบาทขึ้นไป แต่ เพียรไกร อัศวโภคา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวลธ ครีเอชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า คนที่ต้องการการดูแลทางการเงินมากๆ ไม่ใช่ผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง แต่เป็นคนที่ไม่มีต่างหาก
“ลูกค้าจะมีเราหรือไม่ เขาก็มีความมั่งคั่งอยู่แล้ว แต่คนที่ต้องการที่ปรึกษาทางการเงินจริงๆ คือ คนที่ไม่มั่งคั่ง เพราะฉะนั้นจึงเริ่มคิดว่า จะดีไหมถ้าเราจะไปให้ความรู้กับคนที่เขาต้องการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”
เพียรไกร บอกว่า เขาคิดและทำโครงการให้ความรู้กับคนทั่วไปมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว โดยในช่วงปีแรกๆ เขาจะเป็นผู้บรรยายเองเกือบทั้งหมด แต่ในช่วงหลังๆ จะมีพนักงานบริษัทอาสามาช่วยงาน โดยมีตั้งแต่คนที่เป็นวิทยากรไปจนถึงบริการรับลงทะเบียน
“ไม่ได้บังคับว่าพนักงานจะต้องมาทำสัมมนา เพราะเป็นงานที่ทำฟรี ไม่มีเบี้ยเลี้ยง แต่จะขอให้คนในองค์กรเข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้งซึ่งพนักงานก็เต็มใจและยินดีที่จะทำกิจกรรม จะเห็นได้จากทุกครั้งที่เปิดรับสมัครจะมีคนสมัครเข้ามามากกว่าที่ต้องการเสมอ และทุกคนก็ทำด้วยสีหน้าอิ่มเอมและรู้สึกดีที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น ในแต่ละครั้งก็จะมีผู้ร่วมสัมมนาเดินเข้ามาขอบคุณ ซึ่งแค่นั้นก็เป็นกำลังใจให้เราทำงานต่อไปแล้ว”
“ไม่ได้เงิน แต่ได้ความสุขใจ และความสุขใจนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เดินหน้าต่อไป”
พร้อมกันนี้ เพียรไกร ประเมินว่ามีผู้คนผ่านการสัมมนาของบริษัท เวลธครีเอชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ไปแล้วเกือบ 1 หมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานในองค์กร บริษัท ห้างร้าน ของลูกค้า รวมถึงองค์กรอื่นๆ ที่ติดต่อเข้ามา
“วิธีการสอนของเรา คือ ไปดูว่าเขาต้องการอะไร และเราจะช่วยเขาได้อย่างไรบ้าง ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ คือ ปัญหาหนี้สิน เช่น ไปเป็นหนี้กับแหล่งเงินกู้ที่เสียดอกเบี้ยสูง ซึ่งถ้านักการเงินวิเคราะห์จะบอกได้เลยว่า ไม่รอด แต่เราก็พยายามแนะนำทางออกอื่นให้ เช่น การนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ไปแปลงเป็นเงิน ไปรีไฟแนนซ์ ก็สามารถแบ่งเบาภาระหนี้ลงไปได้ นอกจากนี้อีกปัญหาที่พบบ่อยๆ คือ การบริหารภาษีผิดพลาด และการออมเงินไว้ในเงินฝากออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว”
อย่างไรก็ตาม เพียรไกร ยอมรับว่า สัมมนาที่พวกเขาจัดขึ้นคงไม่สามารถทำให้ทุกคนที่เข้าฟังประสบความสำเร็จทางการเงินได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยจุดประกายให้กับใครบางคน
“คนที่มาฟังทั้งหมดจะเปลี่ยนไปได้สักกี่คนคงตอบไม่ได้ แต่ถ้ามีสัก 1 คน ที่เปลี่ยนความคิด มีการวางแผนการเงิน เราก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะคนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ได้มีแค่ความรู้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เหมาะสมด้วย
วันนี้เขาฟัง เขาได้ยิน แต่เขาอาจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่วันหนึ่งที่เขาเจอปัญหาทางการเงิน วันนั้นเขาอาจจะย้อนมานึกถึงวันที่เขาได้ฟัง นึกถึงความรู้ที่ได้รับจากเราไป และเขาอาจจะเปลี่ยนในภายหลังก็ได้”
เพียรไกร บอกว่า ในอนาคตอาจจะมีรูปแบบการติดตามผลหลังจากการเข้าสัมมนา
“ในตอนนี้ เรามี Facebook Fanpage ชื่อ Wealth Creation ซึ่งเอาความรู้ทางการเงินที่เราไปให้ความรู้กับคนในวงกว้างมากขึ้น โดยนโยบายของเพจเราคือ ถ้าติดตามเราครบ 21 วัน ชีวิตจะเปลี่ยน เพราะนอกจากจะให้ข้อมูลทางการเงินแล้ว เรายังให้แรงบันดาลใจ ซึ่งสำคัญกว่าความรู้ เพราะรู้อย่างเดียวแต่ไม่มีแรงบันดาลให้ลุกขึ้นมาทำก็ไม่รอด”
นอกจากนี้ เพียรไกร ยังบอกอีกว่า นอกจากความอิ่มใจแล้ว เขาเชื่อว่า การให้ความรู้ทางการเงินกับคนทั่วไปยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศอีกด้วย
“ถ้าคนในประเทศไม่มีความรู้เรื่องการเงิน ก็อาจจะใช้เงินผิดประเภท ออมผิดทางและไม่ได้สำรองเงินไว้ใช้ ซึ่งในท้ายที่สุดอาจจะไปทำสิ่งไม่ดี เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดว่าเรารอดแล้ว แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะรอดอยู่คนเดียวในสังคมที่ไม่รอด”







