
ส่งออกดีขึ้นหนุนสินเชื่อก.พ.โต3.9%
ธปท.เผยสินเชื่อเดือน ก.พ.โต 3.9% อานิสงส์ให้กู้หมุนเวียนของธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ส่งออกโตดีสุด
ธปท.เผยสินเชื่อเดือน ก.พ.โต 3.9% อานิสงส์ให้กู้หมุนเวียนของธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ส่งออกโตดีสุด
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะการเงินในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาว่า สินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันรับฝากเงินทั้งระบบไม่ว่าธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มีวงเงินรวม 16.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 3.9% ส่วนเงินฝากรวม ตั๋วแลกเงินทั้งระบบมี 18.1 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.5%
ทั้งนี้ ธปท.รายงานว่า การระดมทุนหรือหาแหล่งเงินทุนโดยรวมของภาคธุรกิจในเดือน ก.พ.ปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเพิ่มมาจาก สินเชื่อเพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่ขยายตัวดีขึ้น สอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของภาคส่งออกสินค้า และอีกส่วนมาจากการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจโทรคมนาคม หลังจากตราสารหนี้เดิมครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนก่อนหน้า
ขณะที่ปริมาณสินเชื่อใหม่ที่ให้แก่ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นสำคัญ ส่วนปริมาณสินเชื่อใหม่ของบริษัทรับฝาก อื่นๆ (ODCs) ที่ให้กับภาคเอกชน เพิ่มขึ้นตามสินเชื่อที่ให้แก่ภาคธุรกิจ ในธุรกิจอาหาร ยาง และพลาสติก สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าในธุรกิจดังกล่าวที่ปรับดีขึ้น
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจสถาบันการเงินในปัจจุบันมีความท้าทาย จากการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และมีผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคารเกิดขึ้นเพื่อให้บริการทางการเงินที่สะดวก ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ซึ่งธนาคารได้พยายามเร่งปรับวิธีการทำงานและพัฒนาบริการทางการเงินที่ตลาดต้องการในอนาคต
สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิด รายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารที่เพิ่มขึ้น มาจากเศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวในระดับต่ำ ทำให้เกิดเอ็นพีแอล เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะธุรกิจรายเล็ก ธนาคารจำเป็นต้องมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มภายใต้การประเมินที่เข้มข้นของธนาคารแห่งประเทศไทย เชื่อว่าการกันสำรองและมาตรการประคองผู้ประกอบการรายเล็ก จะทานกระแสความเฉื่อยของเศรษฐกิจได้จนถึงช่วงน้ำมาอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นความสมดุลมากขึ้นแล้ว
"เศรษฐกิจเฉื่อยเป็นไปตามสถานการณ์ของโลก สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้เร่งทำเต็มที่ทุกมิติ แต่เศรษฐกิจจะฟื้นเมื่อใดคงบอกไม่ได้ ต้องรอให้เม็ดเงินไหลเข้าระบบอย่างเต็มที่" นายบัณฑูร กล่าว







