posttoday
มองฟุตบอลไทยกับ Thailand 4.0

มองฟุตบอลไทยกับ Thailand 4.0

03 เมษายน 2560

โดย...สุรพล โอภาสเสถียรบทความวันนี้ของผมขอเริ่มจากสิ่งที่ผมได้เห็นทีมฟุตบอลไทยไปแข่งขันรอบคัดเลือกกับทีมของญี่ปุ่น ในขณะที่ทีมนักกีฬาไทยลงแข่งขันก็ให้บังเอิญผมกำลังอ่านเอกสาร Thailand 4.0 ทำให้ผมอยากเขียนบทความ ในเชิงที่อยากชวนท่านผู้อ่านมาร่วมด้วยช่วยกันคิดตรงหรือคิดต่างจากที่ผมใคร่ขอนำเสนอนะครับ1.เราทุกคนล้วนมีความหวัง ความคาดหวัง จินตนาการ ความอยาก ที่จะเห็นทีมฟุตบอลไทยมีความสำเร็จ สร้างความมหัศจรรย์ ในการเอาชนะเกมการแข่งขันกับคู่แข่งขัน และนำเอาความดีใจที่ไม่คาดคิดกลับมา2.เราทุกคนต่างก็รู้ว่า การฟูมฟักนักกีฬาไทยในยามรุ่งเรืองและยามตกทุกข์ได้ยาก มันมีความต่อเนื่องน้อยไป ด้านทรัพยากรสนับสนุนบางเวลาบางโอกาสก็มีเรื่องราว (จริงเท็จไม่รู้) ว่าโปร่งใสหรือไม่โปร่งใส การได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเจ้าของทีมสโมสร ภาคคนบริหารจัดการทีมชาติ อาจไม่ได้เต็มที่ในบางช่วงบางเวลาหรือไม่...พูดง่ายๆ คือเรื่องความสม่ำเสมอ3.เราทุกคนก็รู้ว่า หากจะได้ชัยชนะต้องมาจากกองหน้าคือตัวนักกีฬา ผู้จัดการทีม และฝ่ายงานด้านบริหารสนับสนุน ต้องไม่มีลักษณะ No Action Talk Only และต้องทำแบบเป็น “น้ำหนึ่งใจเดียวกัน”4.Thai

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

บทความวันนี้ของผมขอเริ่มจากสิ่งที่ผมได้เห็นทีมฟุตบอลไทยไปแข่งขันรอบคัดเลือกกับทีมของญี่ปุ่น ในขณะที่ทีมนักกีฬาไทยลงแข่งขันก็ให้บังเอิญผมกำลังอ่านเอกสาร Thailand 4.0 ทำให้ผมอยากเขียนบทความ ในเชิงที่อยากชวนท่านผู้อ่านมาร่วมด้วยช่วยกันคิดตรงหรือคิดต่างจากที่ผมใคร่ขอนำเสนอนะครับ

1.เราทุกคนล้วนมีความหวัง ความคาดหวัง จินตนาการ ความอยาก ที่จะเห็นทีมฟุตบอลไทยมีความสำเร็จ สร้างความมหัศจรรย์ ในการเอาชนะเกมการแข่งขันกับคู่แข่งขัน และนำเอาความดีใจที่ไม่คาดคิดกลับมา

2.เราทุกคนต่างก็รู้ว่า การฟูมฟักนักกีฬาไทยในยามรุ่งเรืองและยามตกทุกข์ได้ยาก มันมีความต่อเนื่องน้อยไป ด้านทรัพยากรสนับสนุนบางเวลาบางโอกาสก็มีเรื่องราว (จริงเท็จไม่รู้) ว่าโปร่งใสหรือไม่โปร่งใส การได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเจ้าของทีมสโมสร ภาคคนบริหารจัดการทีมชาติ อาจไม่ได้เต็มที่ในบางช่วงบางเวลาหรือไม่...พูดง่ายๆ คือเรื่องความสม่ำเสมอ

3.เราทุกคนก็รู้ว่า หากจะได้ชัยชนะต้องมาจากกองหน้าคือตัวนักกีฬา ผู้จัดการทีม และฝ่ายงานด้านบริหารสนับสนุน ต้องไม่มีลักษณะ No Action Talk Only และต้องทำแบบเป็น “น้ำหนึ่งใจเดียวกัน”

4.Thailand 4.0 ก็เหมือนกัน การจะไปให้ถึงเป้าหมายว่าสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การบริหารจัดการ ในระบบนิเวศของชาติบ้านเมืองตามที่ต้องการนั้น ภาครัฐทำคนเดียวไม่ได้ เอกชนต้องหนุนเนื่อง ประชาสังคมต้องรับได้ ทุกฝ่ายต้องไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากเริ่มต้นโดยมีแต่คน “มือไม่ช่วยพาย เอาเท้าราน้ำ เอาปากคอยบั่นทอนคนทำงาน...มันก็เพิ่มความยากในการจะไปให้ถึง” ท่านผู้อ่านเห็นว่าอย่างไร

5.ความเป็นจริงคือความเป็นจริง เราจะชอบไม่ชอบก็ต้องยอมรับ เมื่อเราแพ้ 0 ต่อ 4 ก็ต้องยอมรับว่าแพ้ แต่เราต้องช่วยกัน มันไม่มีใครแพ้ตลอดไป ไม่มีใครชนะตลอดเวลา ถ้าเวลานี้เราอยู่ที่ 0.4 เราจะไป 4.0 เราก็ต้องไป ต้องไปให้ได้ บางคน บางธุรกิจ บางอุตสาหกรรมต้องผ่าน 1.0 หรือ 2.0 หรือ 3.0 ก็ต้องไปให้ได้ ท้อได้แต่ต้องไม่เลิกทำ ที่ต้องย้ำคืออย่าโทษกัน ชี้นิ้วว่าใครผิด ใครถูก ปัญหาทุกวันนี้ที่สร้างหายนะให้บ้านเมืองมันไม่ได้มาจากฝ่ายถูกกับฝ่ายผิดปะทะกัน แต่มันน่าเศร้าที่มันมาจาก ฝ่ายถูกกับฝ่ายถูก (เพราะต่างคนต่างคิดว่าฉันถูก) ปะทะกันครับ

ชั่วดีถี่ห่างเราก็ไทยด้วยกัน มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันครับ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนทุกฝ่ายในทีมชาติไทยที่ลงไปแข่ง...พวกเราภูมิใจในตัวท่านครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ