
ขับเคลื่อน ศก.นครพนมปั้นเมืองเกษตรคู่ท่องเที่ยว
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
โดย...พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล จ.นครพนม เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา สมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม ได้มีโอกาสได้นำเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่ง จ.นครพนม ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ระยะที่ 2 ตั้งแต่ปลายปี 2558
ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจเมืองนครพนมควบคู่กับการท่องเที่ยว โดยจะโมเดลนครพนม ในเรื่องของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หลังรัฐบาลมีการประกาศให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมาตั้งแต่ปี 2558 ในพื้นที่ 2 อำเภอ 13 ตำบล แยกเป็น อ.เมือง 10 ตำบล และ อ.ท่าอุเทน รวม 3 ตำบล อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางรัฐบาลได้มีคำสั่งมาตรา 44 กันเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจ บริเวณโคกภูกระแต ติดต่อกับพื้นที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน เป็นเนื้อที่ 1,400 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 2,938 ไร่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเชิญชวนผู้ประกอบการมาลงทุน โดยได้มีการดำเนินการแก้ไขออกโฉนดให้เป็นที่ราชพัสดุ ใช้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเป็นที่เรียบร้อย
จากนี้จะได้มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ ประกาศเชิญชวนให้นักลงทุนเข้ามาดำเนินการให้ชัดเจนมากขึ้น หลังจากได้นำข้อมูลเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยพิจารณาดำเนินการในเรื่องของการประกาศ ค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ในการเข้ามาดำเนินการลงทุน เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีนักลงทุนมาติดต่อดำเนินการ
สมชาย กล่าวว่า ได้นำนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จริง เพื่อติดตามความก้าวหน้าพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อรับทราบข้อมูลความก้าวหน้าและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของ จ.นครพนม ด้วยตัวท่านเอง ที่จะเกิดผลดีต่อ จ.นครพนม ในอนาคต ในการแก้ไขปัญหา รวมถึงสนับสนุนในการพัฒนา ซึ่ง จ.นครพนม ถือว่ามีจุดแข็งในเรื่องเส้นทางขนส่งชายแดน จากสะพานมิตรภาพ 3 เชื่อมไปยัง ลาว เวียดนาม และจีน ในระยะทางสั้นที่สุด ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ ปี 2558-2559 มีตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้นจาก 5,000 ล้านบาท เพิ่มเป็นกว่าแสนล้านบาท ถึง 2 ปีซ้อน ถือเป็นตัวชี้วัดว่า จ.นครพนม มีจุดแข็งในเรื่องของเศรษฐกิจการค้า ชายแดน หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเต็มรูปแบบ เชื่อว่าจะส่งผลให้มีความเจริญด้านเศรษฐกิจมากกว่าหลายจังหวัดในพื้นที่ชายแดนในอนาคต
ขณะเดียวกัน ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีในเรื่องการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อยกระดับ ส่งเสริมจากพื้นฐานเกษตรกร ให้มีผลผลิตการเกษตรที่มีคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าการผลิตเพื่อส่งออก เพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนให้เพิ่มมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ควบคู่กับการเสนอของบประมาณในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสามที่สุด
ปัจจุบันมีการพัฒนาในเส้นทาง 3 ที่สุด ประกอบด้วย สวยที่สุด คือ สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน ที่มีการก่อสร้างแบบศิลปะล้านช้าง ไปจนถึง สวยงามที่สุด คือ บรรยากาศริมฝั่งโขงตัวเมืองนครพนม ที่มีความสวยงามลงตัวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติสองฝั่งโขง อีกทั้งยังมีการก่อสร้าง พญาศรีสัตตนาคราช หรือแลนด์มาร์คพญานาค ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เป็นที่สนใจ ประชาชน นักท่องเที่ยว มาท่องเที่ยวมากขึ้น พร้อมมีการก่อสร้างเส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำโขงยาวที่สุดระยะทางเกือบ 70 กิโลเมตร เชื่อมไปยังจุดสำคัญต่างๆ
สำหรับในปี 2560 จ.นครพนม ได้รับงบพัฒนากลุ่มจังหวัดเพิ่มขึ้น จากประมาณปีละ 600-700 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,300 ล้านบาท แต่หลังจากคณะนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมก็ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาตามเป้าหมายหลัก 3 ด้าน คือ การพัฒนาโลจิสติกส์ 2.การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการเกษตร และ 3.การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ซึ่ง จ.นครพนม ถือว่ามีความได้เปรียบทุกด้าน และภายในปี 2560 เชื่อมั่นว่า จ.นครพนม จะเป็นเมืองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชายแดน ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงจะเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนที่สำคัญที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ







