
แบงก์รุกบริหารที่ดินลูกค้าวีไอพี
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์ประเด็นที่ธนาคารพาณิชย์กำลังขอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารที่ดิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าบุคคลระดับบนหรือกลุ่มไพรเวทแบงก์กิ้ง กำลังได้รับความสนใจและเริ่มมีคำขอไปยัง ธปท.เป็นระยะทำไมการบริหารที่ดินจึงเป็นจุดที่ธนาคารพาณิชย์เข้ามาจับตลาดและให้ความสำคัญ ทั้งที่ขอบข่ายงานของธนาคารพาณิชย์เรียกว่าไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารที่ดินเลย ซึ่งหากมองภาพใหญ่ก็อาจพูดได้ว่าเหมือนธนาคารจะตั้งตนเป็นนายหน้าหรือเปล่าจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานธุรกิจไพรเวทแบงก์ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ลูกค้าไพรเวทแบงก์เกือบ 100% มีที่ดินสะสมกันทั้งสิ้นซึ่งรวมมูลค่าแล้วเชื่อว่ามากกว่าพอร์ตสินทรัพย์ที่ลูกค้านำมาให้ธนาคารบริหารจัดการเสียอีก จากการนำร่องสำรวจลูกค้า10 ครอบครัว พบว่ามีที่ดินราคาเป็นหลักหมื่นล้านบาท หากมีโอกาสได้ให้บริการเพิ่มเติมในเรื่องที่ดิน น่าจะทำให้สินทรัพย์ในการบริหารจัดการ (เอยูเอ็ม) เพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่า จากปัจจุบันเราบริหารให้ลูกค้าเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นดังนั้น กลยุทธ์ปี 2560 ธนาคารกสิกรไทยจะขยายบริการใหม่ให้ลูกค้าที่ม
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
ประเด็นที่ธนาคารพาณิชย์กำลังขอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารที่ดิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าบุคคลระดับบนหรือกลุ่มไพรเวทแบงก์กิ้ง กำลังได้รับความสนใจและเริ่มมีคำขอไปยัง ธปท.เป็นระยะ
ทำไมการบริหารที่ดินจึงเป็นจุดที่ธนาคารพาณิชย์เข้ามาจับตลาดและให้ความสำคัญ ทั้งที่ขอบข่ายงานของธนาคารพาณิชย์เรียกว่าไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารที่ดินเลย ซึ่งหากมองภาพใหญ่ก็อาจพูดได้ว่าเหมือนธนาคารจะตั้งตนเป็นนายหน้าหรือเปล่า
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานธุรกิจไพรเวทแบงก์ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ลูกค้าไพรเวทแบงก์เกือบ 100% มีที่ดินสะสมกันทั้งสิ้นซึ่งรวมมูลค่าแล้วเชื่อว่ามากกว่าพอร์ตสินทรัพย์ที่ลูกค้านำมาให้ธนาคารบริหารจัดการเสียอีก จากการนำร่องสำรวจลูกค้า10 ครอบครัว พบว่ามีที่ดินราคาเป็นหลักหมื่นล้านบาท หากมีโอกาสได้ให้บริการเพิ่มเติมในเรื่องที่ดิน น่าจะทำให้สินทรัพย์ในการบริหารจัดการ (เอยูเอ็ม) เพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่า จากปัจจุบันเราบริหารให้ลูกค้าเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
ดังนั้น กลยุทธ์ปี 2560 ธนาคารกสิกรไทยจะขยายบริการใหม่ให้ลูกค้าที่มีเงินฝากและสินทรัพย์ 50 ล้านบาทขึ้นไป(ไพรเวทแบงก์กิ้ง) ให้ครอบคลุมการให้บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ (RealEstate Advisory Service) เนื่องจากลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้งเกือบทั้งหมดต่างมีที่ดินที่ไม่ได้นำมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ ประกอบกับเมื่อรัฐบาลมีนโยบายออกกฎหมายภาษีมรดกและภาษีที่ดิน ทำให้มีความต้องการนำที่ดินเปล่าออกมาสร้างผลตอบแทนมากขึ้น
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการหารือกับ ธปท.ถึงรูปแบบการให้บริการทำได้ถึงระดับใด โดยเชื่อว่าหากเพียงให้คำปรึกษาแนะนำการจัดการที่ดินอยู่ในวิสัยที่ธนาคารทำได้อยู่แล้ว แต่หากจะขยายบริการไปสู่การจับคู่พันธมิตร เป็นคนกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้หรือไม่ เพราะเป็นลักษณะคล้ายนายหน้า โดยศักยภาพของธนาคารมีฐานลูกค้ากว้างขวาง ทั้งผู้มีที่ดิน และผู้ต้องการใช้ที่ดิน เช่น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโซลาร์ฟาร์มน่าจะช่วยทำให้เกิดการนำที่ดินมาหมุนเวียนสร้างประโยชน์ในระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น และธนาคารพร้อมให้ ธปท.กำกับดูแลเพิ่มเติมในการให้บริการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสร้างความเชื่อมั่น
นอกจากธนาคารกสิกรไทยแล้ว ธนาคารอื่นก็มีความสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะธนาคารที่มีธุรกิจการบริหารสินทรัพย์ให้ลูกค้าบุคคลระดับบน (เวลธ์ แมนเนจเมนต์) ซึ่งแต่ละธนาคารมีความต้องการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับที่ดินหลากหลายแต่ทางฟาก ธปท.ขอพิจารณาอย่างรอบคอบเพราะเกรงว่าหากเปิดให้ทำได้อิสระจะสร้างการเก็งกำไรขึ้นมาหรือธนาคารเข้าไปมีส่วนซื้อขายเอง ดังนั้นในระยะแรกมีความเป็นไปได้จะให้ทำบางส่วนก่อน
เมื่อภาษีที่ดินและภาษีมรดกกำลังเตรียมออกมาบังคับใช้ อาจเป็นตัวเร่งให้ธนาคารสร้างทางเลือกและโอกาสให้ลูกค้าที่ครอบครองที่ดินจำนวนมาก แต่จะเริ่มเห็นธนาคารให้บริการที่ไม่ใช่เรื่องเงิน(Non Financial) อย่างที่ปรึกษาที่ดินได้เมื่อใด คงต้องรอการตัดริบบิ้นจาก ธปท.เท่านั้น







