
ลงทุนเอกชนอืดฉุดจีดีพีปีนี้
ทีเอ็มบีปรับลดเป้าเหลือ 3.3% ชี้เอสเอ็มอีเปราะบาง ธุรกิจรายใหญ่หนีไปนอกทีเอ็มบีปรับจีดีพีปีนี้ลงเหลือ 3.3% หลังลงทุนเอกชนฟื้นช้า จากธุรกิจเอสเอ็มอีอ่อนแอนายนริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2560 ลงเหลือ 3.3% จากเดิม 3.5% เนื่องจากได้ลดคาดการณ์การเติบโตลงทุนภาคเอกชนลงเหลือ 1.7% จากเดิม 2.2% โดยการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวไม่เต็มที่เพราะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยังเปราะบาง เติบโตน้อย ไม่ต้องการลงทุนเพิ่ม โดยการลงทุนเอกชนในไทยต้องอาศัยกลุ่มเอสเอ็มอี ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่หันไปลงทุนต่างประเทศเป็นหลักทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนภาคเอกชน มาจากภาคก่อสร้าง 20% และการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ 80% ที่ผ่านมาลงทุนเอกชนขับเคลื่อนจากภาคก่อสร้าง จากการลงทุนภาครัฐ แต่การลงทุนกลุ่มเครื่องจักรอุปกรณ์ชะลอตัวอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะสะท้อนว่าเอกชนไม่ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรเลยสำหรับการปรับจีดีพีเหลือ 3.3% ครั้งนี้ ได้ปรับไส้ใน โดยปรับเพิ่มในส่วนการลงทุนภาครัฐโต 15.1% จาก 9.3% การท่องเที่ยวโต 8.2% จาก 6.6% การบริโภคภาคเอกชนโต 3% จาก
ทีเอ็มบีปรับจีดีพีปีนี้ลงเหลือ 3.3% หลังลงทุนเอกชนฟื้นช้า จากธุรกิจเอสเอ็มอีอ่อนแอ
นายนริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2560 ลงเหลือ 3.3% จากเดิม 3.5% เนื่องจากได้ลดคาดการณ์การเติบโตลงทุนภาคเอกชนลงเหลือ 1.7% จากเดิม 2.2% โดยการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวไม่เต็มที่เพราะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยังเปราะบาง เติบโตน้อย ไม่ต้องการลงทุนเพิ่ม โดยการลงทุนเอกชนในไทยต้องอาศัยกลุ่มเอสเอ็มอี ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่หันไปลงทุนต่างประเทศเป็นหลัก
ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนภาคเอกชน มาจากภาคก่อสร้าง 20% และการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ 80% ที่ผ่านมาลงทุนเอกชนขับเคลื่อนจากภาคก่อสร้าง จากการลงทุนภาครัฐ แต่การลงทุนกลุ่มเครื่องจักรอุปกรณ์ชะลอตัวอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะสะท้อนว่าเอกชนไม่ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรเลย
สำหรับการปรับจีดีพีเหลือ 3.3% ครั้งนี้ ได้ปรับไส้ใน โดยปรับเพิ่มในส่วนการลงทุนภาครัฐโต 15.1% จาก 9.3% การท่องเที่ยวโต 8.2% จาก 6.6% การบริโภคภาคเอกชนโต 3% จาก 2.8% การส่งออกโต 2.8% จากติดลบ 1.8% การนำเข้าโต 3.9% จากติดลบ 2.5% ส่วนที่ปรับลดคาดการณ์ คือ การบริโภคภาครัฐโต 1.9% จาก 3.5% และการลงทุนภาคเอกชนเติบโต 1.7% จาก 2.2%
“จีดีพีปีนี้ยังโตกระจุก ซึ่งลงทุนภาครัฐกับการท่องเที่ยวเติบโตกว่าที่คาด แต่มีสัดส่วน 1 ใน 4 ของจีดีพีเท่านั้น ขณะที่การบริโภคสัดส่วน 50% จีดีพี อาจโตเพิ่มได้จากกำลังซื้อเพิ่มเมื่อรถคันแรกครบกำหนดและรายได้เกษตร ส่วนลงทุนเอกชนยังต่ำกว่าคาด” นายนริศ กล่าว
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 34.39 บาท/เหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นประมาณ 4% เทียบกับช่วงต้นปี เพราะเริ่มมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาไทย ในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาค โดยเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรและตราสารหนี้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว หลังจากตลาดเงินคาดว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง
“เงินลงทุนจากต่างประเทศเริ่มไหลเข้ามาในไทย ส่งผลให้เงินบาทอยู่ในทิศแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ โดยไตรมาสแรก ค่าเงินเคลื่อนไหวในกรอบ 34.42 บาท/เหรียญสหรัฐ และไตรมาส 2 คาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นอีก 1% หรืออยู่ที่ 34.10-34.20 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยแข็งค่าไม่เร็วมากนัก เพราะทางการจะต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด” นายจิติพล กล่าว







