posttoday
ตลาดขยับรับดอกเบี้ยขาขึ้น โยกเงินฝากลงระยะสั้น

ตลาดขยับรับดอกเบี้ยขาขึ้น โยกเงินฝากลงระยะสั้น

25 มีนาคม 2560

หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25% ไปอยู่ที่ 0.75-1% เมื่อกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25% ไปอยู่ที่ 0.75-1% เมื่อกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีก 2-3 ครั้งในปีนี้ ทำให้ตลาดการเงินไทยเริ่มคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นระยะต่อไปบ้างแล้ว ขณะที่ผู้ฝากก็มีการตั้งรับดอกเบี้ยที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง ด้วยการโยกเงินฝากจากระยะยาวมากกว่า 1 ปี มาอยู่ที่ระยะสั้นมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์เองก็ออกแคมเปญรับฝากสั้นลง ส่งผลให้เงินฝากที่มีระยะฝากมากกว่า 1 ปี ลดลงฮวบฮาบ 20-30%

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานเงินรับฝากแยกตามขนาดและอายุของเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ณ เดือน ม.ค. 2560 เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนว่า ในภาพรวมปริมาณเงินฝากทั้งระบบเพิ่มขึ้น 4 แสนล้านบาท หรือ 3.3% จาก 12.13 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 12.53 ล้านบาท มีจำนวนบัญชีเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบัญชี หรือ 1.4 % จาก 88 ล้านบัญชี เพิ่มเป็น 89 ล้านบัญชี

ทั้งนี้ ปริมาณเงินฝากเพิ่มขึ้นจากเงินฝากประเภทที่มีระยะเวลาฝากต่ำกว่า 1 ปี มีมากขึ้น อาทิ จ่ายคืนเมื่อทวงถามเพิ่ม 1.75 หมื่นล้านบาท ออมทรัพย์เพิ่ม 5 แสนล้านบาท ฝากประจำน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 เดือน เพิ่มขึ้น 1.96 หมื่นล้านบาท ฝากประจำ 3-6 เดือน เพิ่มขึ้น 5 หมื่นล้านบาท ฝากประจำ 6 เดือน-1 ปี เพิ่มขึ้น 1.25 แสนล้านบาท เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน ปริมาณเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาฝากเกิน 1 ปี ลดลงค่อนข้างมาก โดยเงินฝากประจำมากกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ปริมาณเงินฝากลดลง 2.4 แสนล้านบาท หรือ 30% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และเงินฝากประระยะ 2 ปีขึ้นไป ลดลง 7.4 หมื่นล้านบาท หรือ 20%

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า การลดลงของเงินฝากที่มีระยะเวลาฝากนานกว่า 1 ปี อาจเป็นผลจากการที่ผู้ฝากเก็งจากข่าวที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการออกมาพูดว่าอาจปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นในปีนี้ ทำให้ผู้ฝากเลือกโยกเงินฝากระยะยาวที่อาจจะครบกำหนดแล้วมาพักไว้ในเงินฝากระยะสั้นแทน และบางส่วนอาจจะนำออกไปลงทุนในกองทุนหรือหุ้น ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็เป็นได้

ด้าน นริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า โครงสร้างดอกเบี้ยมันเริ่มปรับขึ้น เดิมที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ต้องการเงินฝาก เพราะสินเชื่อขยายตัวได้ไม่มาก โดยภาพรวมสินเชื่อโตประมาณ 2% แต่ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้เริ่มมีการจูงใจแคมเปญเงินฝากพิเศษ ฝากประจำ 9-10 เดือน หรือฝากนานไม่เกิน 1 ปี ที่ตลาดมีการแข่งขันกันเพิ่มขึ้น

ในช่วงที่ดอกเบี้ยปรับขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (ยิลด์) สหรัฐ ซึ่งยิลด์ระยะยาวปรับขึ้นไปพอสมควรแล้ว ตามคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยที่ตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นอีก ดังนั้น ผู้ฝากเงินรายย่อยที่ครบกำหนดแล้วอาจจะโยกมาพักเงินระยะสั้น และรอจังหวะการโยกไปรับผลตอบแทนที่ดีกว่าได้

สำหรับเงินฝากก้อนใหญ่ของกลุ่มบริษัทส่วนใหญ่ไม่นำมาฝากธนาคารอยู่แล้ว เพราะมีทางเลือกในมันนี่มาร์เก็ตที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก นอกจากนี้จะเห็นว่าการลงทุนในหุ้นกู้และตั๋วบี/อีเริ่มชะลอลง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่าผลตอบแทนที่ได้อาจไม่คุ้มความเสี่ยง หลังจากมีการผิดนัดชำระเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

“การระดมทุนผ่านเงินฝากน่าจะเริ่มเห็นมากขึ้นในไตรมาส 2 ปีนี้ เพราะแบงก์ต้องระดมสภาพคล่องให้พร้อมไว้รอการเริ่มลงทุนของภาคเอกชนที่เริ่มกลับมาลงทุนบ้างแล้ว คาดว่าการลงทุนในครึ่งหลังของปีนี้น่าจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นได้ดีขึ้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากน่าจะดีกว่าปีที่แล้ว” นริศ กล่าว  

ขณะที่ เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การลดลงของเงินฝากระยะยาวอาจเป็นผลจากคนคาดการณ์ดอกเบี้ยขึ้น จึงไม่อยากถือเงินฝากยาว เพราะหากฝากยาวเมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ย เงินที่พักในเงินฝากสั้นๆ จะบริหารง่าย ยืดหยุ่นขึ้น ไม่ตกขบวนเวลาดอกเบี้ยขึ้น โดยโยกหาผลตอบแทนที่ดีได้สะดวกกว่า

“ส่วนใหญ่ผู้ฝากเงินจะไม่เลือกไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนมากนัก เพราะรับความเสี่ยงได้น้อย อาจไปลงทุนบ้างก็จริงแต่คงน้อย ฉะนั้น จึงเห็นการโยกเงินฝากยาวมาสั้นแทน ส่งผลให้เงินฝากยาวลดลง แต่เงินฝากสั้นและเงินฝากโดยรวมยังเพิ่มขึ้น” เชาว์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69