
บขส.คาดช่วงสงกรานต์ผู้โดยสารเพิ่ม2เท่าทะลุวันละ 1.8แสน
บขส.เตรียมพร้อมสงกรานต์คาดผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2 เท่า ทะลุวันละ 180,000 คน ด้านรถตู้สุดคึกคักรอรับผู้โดยสารเพิ่ม 150% ทะลุ 6 หมื่นคนต่อวัน
บขส.เตรียมพร้อมสงกรานต์คาดผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2 เท่า ทะลุวันละ 180,000 คน ด้านรถตู้สุดคึกคักรอรับผู้โดยสารเพิ่ม 150% ทะลุ 6 หมื่นคนต่อวัน
พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยแผนรองรับการเดินทางให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า บขส.ได้เตรียมแผนอำนวยความสะดวกตั้งแต่วันที่ 13 – 17 เม.ย.2560 คาดว่าผู้โดยสารจะเริ่มทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 10-12 เม.ย. 2560 และเดินทางกลับในช่วงวันที่ 17 – 20 เม.ย. 2560 ทาง บขส.ได้เพิ่มเที่ยววิ่งอีกวันละ 1,615 เที่ยว รวมทั้งสิ้น 7,601 เที่ยวต่อวันจากเดิมที่ 5,986 เที่ยวต่อวัน เพื่อรองรับผู้โดยสารวันละ 180,000 คนและยังประเมินว่าผู้โดยสารที่ใช้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าปกติถึง 2 เท่า หรือ ราว 140,000-180,000 ต่อวัน จากปกติอยู่ที่ 60,000-85,000 คนต่อวันส่วนรถตู้ร่วมบริการบขส. คาดว่าผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นราว 150% หรือจาก ปกติ 25,000 คนต่อวันเป็น 60,000 คนต่อวัน
ส่วนเที่ยวกลับ คาดว่าจะมีประชาชนทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 17 – 20 เม.ย. 2560 ซึ่งบขส. ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม , รถตู้) เพื่อรองรับประชาชนทั้งเที่ยวไป-กลับ จากปกติ 5,986 เที่ยว/วัน เพิ่มเที่ยววิ่งประมาณ 1,316 เที่ยว/วัน รวมเที่ยววิ่งประมาณ 7,302 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึง 168,641 คน/วัน
ทั้งนี้ บขส. ได้จัดแผนการเดินรถบริษัทฯ เฉพาะรถโดยสาร บขส. เพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด บริเวณโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ดังนี้
1. ผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า เฉพาะรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 และรถวีไอพี ของ บขส. เส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 10 – 12 เมษายน 2560 ตั้งแต่ เวลา 18.00 น. – 22.00 น. ให้ไปขึ้นรถที่กรมการขนส่งทางบก โดย บขส. ได้จัดรถตู้ไว้ให้บริการรับ – ส่ง ฟรี บริเวณด้านหน้าอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
2. ผู้โดยสารที่ไม่ได้จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ให้ติดต่อซื้อตั๋วโดยสาร และขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ตั้งแต่วันที่ 10 – 12 เม.ย. 2560 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเที่ยวสุดท้ายของการเดินรถ นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ใช้พื้นที่บริเวณชานชาลา ขสมก. เป็นพื้นที่จอดรถสำรองวินรถโดยสารบริษัทฯ และรถร่วมเอกชน ประมาณ 40 คัน ตั้งแต่วันที่ 10 – 12 เม.ย. 2560 ช่วงเวลา 17.00 น. - 22.00 น.
พล.ต.อ.อำนาจ กล่าวต่อว่า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้) คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการอย่างคึกคักในช่วงเวลาดังกล่าว บขส.จึงได้เตรียมช่องชานชาลาขาเข้า เพื่อให้รถโดยสารสามารถจอดรับ–ส่งผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ และให้จัดช่องจอดรถโดยสารให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สามารถสำรองวินได้มากขึ้น ส่วนทางด้านสถานีขนส่งโดยสารกรุงเทพ เอกมัยเปิดใช้ชานชาลาบริเวณด้านหลังสถานีขนส่งฯ สำหรับจอดรถโดยสารเสริม ประมาณ 20 ช่อง ควบคู่ไปกับการประสานรถแท็กซี่เพื่อให้รับ-ส่งผู้โดยสาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งอย่างเพียงพอ รวมถึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยคุมเข้มสถานีขนส่งทั้ง 3 แห่ง ตลอดจนจุดรับเรื่องร้องเรียนบริเวณประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 และชั้น 3 สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) เพื่อรับเรื่องร้องเรียน แก้ไขปัญหาการเดินทาง รวมทั้งให้คำแนะนำประชาสัมพันธ์เรื่องการเดินทางแก่ผู้โดยสาร โดยจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 8 – 12 เม.ย. 2560 เวลา 17.00 -24.00 น.
พล.ต.อ.อำนาจ กล่าวต่อว่าตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 เพิ่มมาตรการความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยขณะอยู่บนรถ นั้น ในส่วนของ บขส. ได้ดำเนินการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยบนรถโดยสารของบริษัทฯ ทุกที่นั่ง และมีการแจ้งให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ซึ่งการคาดเข็มขัดนิรภัยจะช่วยลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางได้ และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ในการควบคุม ดูแลความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ โดยตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2560 เป็นต้นไป บขส.จะออกใบบรรจุเที่ยววิ่งให้เฉพาะรถตู้โดยสารที่ติดตั้ง GPS เท่านั้น โดยรถที่ไม่ติดตั้งระบบ GPS ถือเป็นรถที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทาง บขส.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจรถโดยสาร และตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้กับพนักงานขับรถ บนทางหลวงสายหลัก พร้อมกำหนดให้รถสายยาวที่ใช้เวลาในการเดินทาง เกินกว่า 4 ชั่วโมง ต้องจัดพนักงานขับรถ จำนวน 2 คน และควบคุมไม่ให้ขับรถโดยสารด้วยความเร็ว เกินกว่า 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง







