
อินฟอร์เมติกซ์ฯรุกไอโอที ชู3เทคโนโลยีเจาะองค์กร
อินฟอร์เมติกซ์ พลัส เป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์สัญชาติไทยแท้ ในปีนี้ประเดิมรุกตลาดไอโอที หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เปิดตัว 3 สุดยอดเทคโนโลยีใหม่ การระบุตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพ ระบบการรักษาความปลอดภัย และระบบการอ่านทะเบียนรถออนไลน์เพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0สุวัฒน์ อินมุตโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟอร์เมติกซ์ พลัส บริษัทลูกของ บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย (UPA)ผู้ผลิตและจำหน่าย จัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ เปิดเผยว่าวิชั่นการดำเนินธุรกิจบริษัทมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มองค์กรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเป็นธุรกิจของคนไทยแบรนด์ไทย ผลิตเพื่อให้คนไทยได้ใช้งานอุปกรณ์ไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานของราคาสินค้าที่จับต้องได้ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่บริษัทนำเสนอในโค้งสุดท้ายของไตรมาสแรก มีด้วยกัน 3 เทคโนโลยี ประกอบด้วย 1.Biovii เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) หรือการระบุตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพ รองรับกับนโยบายภาครัฐขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค 4.0 ในอนาคตไทยจะทยอยเปลี่ยนการใช้บัตรต่างๆ มาเป็นวิธีการสแกนภาพใบหน้า (Face Recognition System) ม่า
อินฟอร์เมติกซ์ พลัส เป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์สัญชาติไทยแท้ ในปีนี้ประเดิมรุกตลาดไอโอที หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เปิดตัว 3 สุดยอดเทคโนโลยีใหม่ การระบุตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพ ระบบการรักษาความปลอดภัย และระบบการอ่านทะเบียนรถออนไลน์เพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0
สุวัฒน์ อินมุตโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟอร์เมติกซ์ พลัส บริษัทลูกของ บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย (UPA)ผู้ผลิตและจำหน่าย จัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ เปิดเผยว่าวิชั่นการดำเนินธุรกิจบริษัทมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มองค์กรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเป็นธุรกิจของคนไทยแบรนด์ไทย ผลิตเพื่อให้คนไทยได้ใช้งานอุปกรณ์ไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานของราคาสินค้าที่จับต้องได้
ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่บริษัทนำเสนอในโค้งสุดท้ายของไตรมาสแรก มีด้วยกัน 3 เทคโนโลยี ประกอบด้วย 1.Biovii เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) หรือการระบุตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพ รองรับกับนโยบายภาครัฐขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค 4.0 ในอนาคตไทยจะทยอยเปลี่ยนการใช้บัตรต่างๆ มาเป็นวิธีการสแกนภาพใบหน้า (Face Recognition System) ม่านตา (Iris Recognition System) ลายนิ้วมือ (Fingerprint Recognition System) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศแล้วในหลากหลายธุรกิจ
สำหรับไบโอเมตริกซ์ของบริษัทมีความโดดเด่นมีความสามารถในการตรวจจับ บันทึก ภาพใบหน้าของบุคคลที่ผ่านเข้าออก อาคาร สถานที่ โดยยืนยันตัวตนด้วยภาพใบหน้า ซึ่งมีความเร็วสูงสุด 3.5 ล้านภาพใบหน้า/วินาที เมื่อเทียบกับสินค้าแบรนด์ต่างประเทศราว 3.2 หมื่นใบหน้า/วินาที โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทพัฒนาตั้งแต่ระดับอัลกอริทึม ที่เป็นส่วนสำคัญที่สุด ซึ่งหน่วยงานไทยบางแห่งกำลังซื้ออัลกอริทึม
มาผลิตระบบยืนยันตัวตนใบหน้าสูงถึง 685 ล้านบาท/30 ล้านคน
นอกจากนี้ ยังเป็นระบบคลาวด์เบสที่สมบูรณ์ ส่งข้อมูลผ่านระบบ 3จี ไปยังโทรศัพท์มือถือ เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการทำให้รู้ได้ทันที พร้อมกับวิเคราะห์ด้วยระบบเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ เหมาะกับกลุ่มธุรกิจด้านการบริการ กลุ่มค้าปลีกโรงพยาบาล ธนาคาร เช่น กลุ่มธนาคารกำลังอยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารกสิกรไทยขณะที่มาสเตอร์การ์ด นำระบบดังกล่าวไปใช้เพื่อปกป้องไม่ให้ผู้อื่นนำบัตรเครดิตไปรูดใช้อาลีบาบานำระบบถ่ายรูปมาระบุตัวตนการทำธุรกิจออนไลน์
“การใช้ระบบสแกนของบริษัทมีความแม่นยำถึง 96% เป็นเทคโนโลยีที่มาช่วยธุรกิจให้สามารถบริการลูกค้าได้ตรงตามความต้องการ และยังเป็นระบบที่มีความปลอดภัย ตรวจจับการเข้าออกสถานที่ต่างๆ ทดแทนระบบแลกบัตร โดยอีก 3 เดือนข้างหน้าบริษัทจะต่อยอดเทคโนโลยี พัฒนาอุปกรณ์ติดตั้งภายในรถยนต์ที่สามารถตรวจจับอาการหลับในของคนขับรถเพื่อป้องกันชีวิตคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เบื้องต้นคาดว่าจำหน่ายเป็นหลักพันบาท”
สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทพัฒนาและเปิดตัวต่อมาคือ 2.Anubis Cyber security สำหรับรักษาความปลอดภัยและป้องกันการถูกโจมตีจากอาชญากรไซเบอร์ ซึ่งพบว่าประเทศไทยติดอันดับถูกคุกคามอันดับ 15 ของโลกและอันดับ 7 ในภูมิภาคเอเชีย กลุ่มธุรกิจที่เป็นเป้าการโจมตี ธนาคาร หน่วยงานความมั่นคง โดยปล่อยไวรัส อาทิ มัลแวร์ เป็นต้น เป็นระบบที่บริษัทสามารถออกแบบตามความต้องการของลูกค้าได้
ส่วนเทคโนโลยีที่ 3 ระบบการอ่านทะเบียนรถออนไลน์ (License Plate Recognition : LPR) บริษัทวางเป้าหมายเจาะกลุ่มงานรักษาความปลอดภัย อาคาร สถานที่ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สถานที่พักอาศัย เพราะสามารถบันทึกข้อมูลทะเบียนรถเข้าออกแทนใช้คนจด ในธุรกิจที่ต้องการนับจำนวนดูสถิติคนเข้าออก รวมไปถึงธุรกิจขนส่งสินค้า ชั่งตวง วัด ด้วยรถยนต์ แบ่งกลุ่มรถยนต์ตามความต้องการได้
และยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อพบรถแบล็กลิสต์ตามที่บันทึกไว้ จะส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านทางสมาร์ทโฟน
“เราไม่ได้ใช้กลยุทธ์ราคา แต่เทคโนโลยีทั้งหมดถูกคิดขึ้นโดยคนไทย และจดสิทธิบัตรเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบไว้ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้สินค้าไทยถือว่าได้รับการยอมรับ ปัจจุบันบริษัทมีกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐบาลและเอกชน เช่น เอไอเอส โดยอินฟอร์เมติกซ์พลัสยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและทำให้ไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง”
อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เข้ามาปรับปรุงธุรกิจไอทีของบริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย (UPA) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ได้วางโครงสร้างผลิตภัณฑ์และส่งผลบวกต่อเนื่องมาจนถึงปี 2560 วางเป้าหมายรายได้365 ล้านบาท นอกจากนี้ในปีนี้ยังนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน
เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ เป็นนวัตกรรมของคนไทย 100% คิดและพัฒนาโดย อินฟอร์เมติกซ์ พลัส ซึ่งหวังว่าจะเป็นส่วนสำคัญผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0 ภายใต้แนวคิด Value-Based Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยบริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการด้านเทคโนโลยีของคนไทย ที่คุณภาพดีกว่า ประหยัดและไม่ต้องซื้อจากต่างประเทศ







