
ตลาดเกิดใหม่น่าสนใจ
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์กระแสความร้อนแรงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศนโยบายต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้สหรัฐกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และกระแสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้เม็ดเงินจำนวนมากหลั่งไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐ จนดัชนีทำสถิติสูงสุดในทุกตลาด กลบความน่าสนใจในจุดอื่นๆ ของโลกมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่จากมุมมองของ Dr.Mark Mobius ผู้จัดการกองทุนอาวุโสของ Franklin Templeton Investment เห็นว่าขณะนี้เป็นโอกาสดีที่จะหันกลับมามองหุ้นของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging market หรือ EM) ด้วยทั้งเหตุผลทางด้านปัจจัยพื้นฐาน และมิติด้านราคาด้านปัจจัยพื้นฐาน ประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่ม EM มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 4.6% (จีน 6.5% อินเดีย 7%) สูงกว่าอัตราการขยายตัวของประเทศในกลุ่มที่พัฒนาแล้วกว่า 2 เท่า ส่งผลให้สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมที่มาจากกลุ่ม EM สูงถึง 35% ของ GDP ในขณะที่โครงสร้างประชากรยังคงเป็นวัยแรงงาน ทำให้เศรษฐกิจเติบโตต่อได้ง่าย แตกต่างจากประเทศในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นสังคมผู้สูงอายุและขาดแคลนวัยแรงงาน ประชากรในกลุ่ม EM ที่เป็นวัยหนุ่มสาวสามารถเข้าถึงโครงข่าย
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
กระแสความร้อนแรงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศนโยบายต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้สหรัฐกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และกระแสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้เม็ดเงินจำนวนมากหลั่งไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐ จนดัชนีทำสถิติสูงสุดในทุกตลาด กลบความน่าสนใจในจุดอื่นๆ ของโลกมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่จากมุมมองของ Dr.Mark Mobius ผู้จัดการกองทุนอาวุโสของ Franklin Templeton Investment เห็นว่าขณะนี้เป็นโอกาสดีที่จะหันกลับมามองหุ้นของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging market หรือ EM) ด้วยทั้งเหตุผลทางด้านปัจจัยพื้นฐาน และมิติด้านราคา
ด้านปัจจัยพื้นฐาน ประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่ม EM มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 4.6% (จีน 6.5% อินเดีย 7%) สูงกว่าอัตราการขยายตัวของประเทศในกลุ่มที่พัฒนาแล้วกว่า 2 เท่า ส่งผลให้สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมที่มาจากกลุ่ม EM สูงถึง 35% ของ GDP ในขณะที่โครงสร้างประชากรยังคงเป็นวัยแรงงาน ทำให้เศรษฐกิจเติบโตต่อได้ง่าย แตกต่างจากประเทศในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นสังคมผู้สูงอายุและขาดแคลนวัยแรงงาน ประชากรในกลุ่ม EM ที่เป็นวัยหนุ่มสาวสามารถเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วกว่า (สัดส่วนประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตในจีนและอินเดีย สูงถึง 22% และ 8% ของจำนวนประชากรในประเทศทั้งหมดตามลำดับเทียบกับสหรัฐที่มีเพียง 10% หรือเยอรมนีที่ต่ำมากแค่ 3%) นอกจากทำให้เข้าถึงแหล่งความรู้ขนาดใหญ่แล้ว ยังทำให้เข้าถึงการค้าในยุคใหม่และการลดทอนค่าใช้จ่ายทางธุรกิจที่ไม่จำเป็นลงอย่างมาก อันจะส่งผลก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว
ในเชิงมิติของราคา หุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วซื้อขายกันที่ค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นต่อกำไรหรือ PE ที่ประมาณ 16.3 เท่า และชนจุดสูงสุดในหลายประเทศ แต่หุ้นจากกลุ่ม EM ยังคงซื้อขายกันที่ระดับค่าเฉลี่ยเดิมที่ 12 เท่า ในขณะที่อัตราการเติบโตของผลกำไรของหุ้นกลุ่ม EM อยู่ที่ 14.8% สูงกว่าการเติบโตที่ 12.5% ของหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
นอกจากนี้ กระแสการปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐที่ถูกส่งสัญญาณมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมาทำให้กระแสเงินทยอยไหลกลับเข้าสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเงินในกลุ่ม EM ปรับลดลงแล้วกว่า 40% ปัจจุบันเริ่มทรงตัว ทำให้เชื่อได้ว่าความเสี่ยงขาลงของค่าเงินน่าจะเริ่มจำกัดอีกด้วย







