
เชฟรอนจ่ายภาษีน้ำมัน2พันล.
เชฟรอนจ่ายภาษีย้อนหลัง 2,000 ล้าน หลังกฤษฎีกาตีความ แนะรัฐชัดเจนมาตรการสร้างเชื่อมั่นลงทุนจากกรณีปัญหาข้อกฎหมายด้านภาษีในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่สัมปทานปิโตรเลียมในบริเวณอ่าวไทยของบริษัท เชฟรอน (ไทย) ระหว่างปี 2555-2559นายบุญญฤทธิ์ ศรีอ่อนคง ผู้จัดการฝ่ายนโยบายองค์กรและรัฐสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอน (ไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มบริษัทในเครือเชฟรอน เปิดเผยว่า ล่าสุดคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า การขนส่งน้ำมันไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันเป็นการค้าชายฝั่งหรือในราชอาณาจักรต้องเสียภาษี บริษัทจึงได้จ่ายภาษีจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลหมุนเร็วในบริเวณอ่าวไทยระหว่างช่วงปีดังกล่าวย้อนหลังเป็นเงินรวมกว่า 2,000 ล้านบาททั้งนี้ ที่ผ่านมาเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างกรมศุลกากรกับกรมสรรพสามิต ซึ่งบริษัทในฐานะผู้เสียภาษีจึงได้รอความชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ความร่วมมือหน่วยงานรัฐในการตรวจสอบยอดภาษีที่ต้องชำระให้ถูกต้อง“เชฟรอนได้ดำเนินธุรกิจและทำหน้าที่ในฐานะผู้เสียภาษีอากรที่ดีมาตลอด และได้ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตตามกฎหมายของประเทศไทยตลอดระย
เชฟรอนจ่ายภาษีย้อนหลัง 2,000 ล้าน หลังกฤษฎีกาตีความ แนะรัฐชัดเจนมาตรการสร้างเชื่อมั่นลงทุน
จากกรณีปัญหาข้อกฎหมายด้านภาษีในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่สัมปทานปิโตรเลียมในบริเวณอ่าวไทยของบริษัท เชฟรอน (ไทย) ระหว่างปี 2555-2559
นายบุญญฤทธิ์ ศรีอ่อนคง ผู้จัดการฝ่ายนโยบายองค์กรและรัฐสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอน (ไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มบริษัทในเครือเชฟรอน เปิดเผยว่า ล่าสุดคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า การขนส่งน้ำมันไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันเป็นการค้าชายฝั่งหรือในราชอาณาจักรต้องเสียภาษี บริษัทจึงได้จ่ายภาษีจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลหมุนเร็วในบริเวณอ่าวไทยระหว่างช่วงปีดังกล่าวย้อนหลังเป็นเงินรวมกว่า 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างกรมศุลกากรกับกรมสรรพสามิต ซึ่งบริษัทในฐานะผู้เสียภาษีจึงได้รอความชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ความร่วมมือหน่วยงานรัฐในการตรวจสอบยอดภาษีที่ต้องชำระให้ถูกต้อง
“เชฟรอนได้ดำเนินธุรกิจและทำหน้าที่ในฐานะผู้เสียภาษีอากรที่ดีมาตลอด และได้ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตตามกฎหมายของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 69 ปี ซึ่งบริษัทจะยังมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทยต่อไป” นายบุญญฤทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ มีความชัดเจนต่อมาตรการที่มีความเกี่ยวข้องต่อการดำเนินธุรกิจของนักลงทุนอย่างมั่นคง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย







