posttoday
ถ้าผมเป็นคนมีรายได้น้อย...ผมไม่กลัวการให้ข้อมูลกับรัฐ

ถ้าผมเป็นคนมีรายได้น้อย...ผมไม่กลัวการให้ข้อมูลกับรัฐ

13 มีนาคม 2560

ที่ผมเริ่มจากหัวข้อของบทความ ถ้าผมเป็นคนมีรายได้น้อย...ผมไม่กลัวการให้ข้อมูลกับรัฐ ก็เพราะว่าหากผมเป็นที่อยากได้สิ่งที่รัฐจะมอบให้ฟรี (พิสูจน์มาในรอบที่แล้วว่าแจกจริง ให้จริง) แต่ตัวผมดันรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อยแต่อยากแปลงกาย เพราะอะไรที่รัฐคิดจะให้ ต้องเอา...ต้องเอามาให้ได้...ไม่เอาถือว่าโง่...การโกงข้อมูลแล้วได้รับ ถือว่าเป็นความฉลาดส่วนบุคคลที่ห้ามลอกเลียนแบบ แต่เอาไปแสดงศักยภาพในที่แจ้งว่า ตัวฉันนั้นได้เอาชนะกระบวนการของรัฐมาแล้ว คนที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้มีอยู่ไม่น้อย สนุก+ท้าทายกับการทำแบบนี้ เพราะเหตุว่ามันยังไม่มีหรือมีก็น้อยในเรื่องของการลงโทษที่เป็นสัดส่วนกับพฤติกรรมและนิสัยถาวรอันไม่พึงประสงค์ ทั้งที่บางคนบางท่านแขวนคอด้วยพระดังๆ สวดมนต์เป็นประจำ ถวายสังฆทานทุกอาทิตย์ ผมจึงเรียกคนเหล่านี้ว่า “คนหัวหมอที่อยากจน” คนเหล่านี้จะจ้องหาโอกาสมาแย่งสิทธิคนที่มีคุณสมบัติและควรได้รับโอกาส ท่านผู้อ่านคิดว่าในสังคมของเรามีคนเหล่านี้มากหรือน้อยครับกลับมาที่ข้อมูลที่รัฐบาลได้กำหนดและได้วางเงื่อนไขไว้แล้วก็ไม่ยุ่งยากอะไรในการจะกรอกข้อมูล ตัวอย่างเช่น1.มีสัญชาติไทย2.มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป3.เป็

ที่ผมเริ่มจากหัวข้อของบทความ ถ้าผมเป็นคนมีรายได้น้อย...ผมไม่กลัวการให้ข้อมูลกับรัฐ ก็เพราะว่าหากผมเป็นที่อยากได้สิ่งที่รัฐจะมอบให้ฟรี (พิสูจน์มาในรอบที่แล้วว่าแจกจริง ให้จริง) แต่ตัวผมดันรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อยแต่อยากแปลงกาย เพราะอะไรที่รัฐคิดจะให้ ต้องเอา...ต้องเอามาให้ได้...ไม่เอาถือว่าโง่...

การโกงข้อมูลแล้วได้รับ ถือว่าเป็นความฉลาดส่วนบุคคลที่ห้ามลอกเลียนแบบ แต่เอาไปแสดงศักยภาพในที่แจ้งว่า ตัวฉันนั้นได้เอาชนะกระบวนการของรัฐมาแล้ว คนที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้มีอยู่ไม่น้อย
สนุก+ท้าทายกับการทำแบบนี้ เพราะเหตุว่ามันยังไม่มีหรือมีก็น้อยในเรื่องของการลงโทษที่เป็นสัดส่วนกับพฤติกรรมและนิสัยถาวรอันไม่พึงประสงค์

ทั้งที่บางคนบางท่านแขวนคอด้วยพระดังๆ สวดมนต์เป็นประจำ ถวายสังฆทานทุกอาทิตย์ ผมจึงเรียกคนเหล่านี้ว่า “คนหัวหมอที่อยากจน” คนเหล่านี้จะจ้องหาโอกาสมาแย่งสิทธิคนที่มีคุณสมบัติและควรได้รับโอกาส ท่านผู้อ่านคิดว่าในสังคมของเรามีคนเหล่านี้มากหรือน้อยครับ

กลับมาที่ข้อมูลที่รัฐบาลได้กำหนดและได้วางเงื่อนไขไว้แล้วก็ไม่ยุ่งยากอะไรในการจะกรอกข้อมูล ตัวอย่างเช่น

1.มีสัญชาติไทย

2.มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

3.เป็นผู้ว่างงานหรือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท ในปี 2559

4.มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวตามที่เป็นจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินที่ “ผู้ขอลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย” ต้องเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาได้แก่

• รายได้ มีเงินเดือนเท่าไหร่

• มีเงินฝากในสถาบันการเงินต่างๆ เท่าไหร่

• มีการลงทุนซื้อหุ้น หรือเล่นหุ้นหรือเปล่า มีอยู่เท่าไหร่

• มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์หรือไม่ ราคาเท่าไหร่

• มีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีบ้านกี่หลัง คอนโดกี่ห้อง ทาวน์เฮาส์มีหรือเปล่า บอกให้หมด

• หนี้สินจากการซื้อที่ดิน ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด มีอยู่เท่าไหร่ มีอยู่กับใคร เป็นรัฐหรือเอกชน

• มีหนี้สินอยู่เท่าไหร่ เป็นหนี้อะไร เป็นหนี้กับใคร ในระบบและนอกระบบเท่าไหร่...เอาให้ชัด

• หนี้จากบัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้บัตรผ่อนของ ผ่อนสินค้า หนี้ กยศ. หรือหนี้ที่เกิดจากการกู้เพื่อการศึกษามีอยู่เท่าไหร่

ผู้เขียนเชื่อในความซื่อสัตย์ของคนที่ขาดแคลน เพราะการที่ภาครัฐยื่นมือเข้ามามอบให้ ไม่ได้มีเพียงการมอบเงินนะครับ แต่มันคือการมอบความสุขให้เกิดกับใจของ “ผู้ขอลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย” เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ประคับประคองให้ท่านเหล่านั้นดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย

ท่านผู้มีรายได้น้อยครับ หากท่านเป็นคนใจซื่อ มือสะอาด ยอมให้รัฐได้เข้าใจทุกท่านที่มาลงทะเบียน สิ่งที่ภาครัฐจะช่วยทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงินก็จะเข้าถึงตัวท่าน ที่เหลือก็คือการร่วมกันพัฒนาสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม...ขอบคุณครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ