posttoday
เดินตามแผนลงทุนให้ฉลุย

เดินตามแผนลงทุนให้ฉลุย

09 มีนาคม 2560

แผนการเงินสำคัญแค่ไหน คงไม่ต้องบอก หากวางแผนไว้ดี ปรับแผนเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์

โดย...บีเซลบับ / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

แผนการเงินสำคัญแค่ไหน คงไม่ต้องบอก หากวางแผนไว้ดี ปรับแผนเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ก็เสมือนกับชีวิตที่เดินตามแผน ราบรื่นและประสบผล นั่นหมายความว่า ความรู้ความเข้าใจเรื่องการเงินเป็นเรื่องสำคัญ หากท่าน(ยัง)ไม่มีความรู้ ท่านต้องฝักใฝ่ เพราะมิเช่นนั้นท่านก็จะวางแผนการเงินไม่ได้ วางแผนการลงทุนไม่ได้ ชีวิตที่เดินไปแบบไม่มีแผน ล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น

ความรู้เรื่องการเงินเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับการเงิน ไม่ตกอยู่ในวังวนหนี้สิน มีการวางแผนและเตรียมการเพื่อการเกษียณได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันมีกระแสเงินสดที่เพียงพอกับการใช้ชีวิตหรือการลงทุนในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังสามารถนำส่วนของเงินออมมาใช้ลงทุนอย่างฉลาด มีความรู้ความเข้าใจและมีเสถียรภาพ

ทุกคนควรมีการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ถ้าสมรสแล้วต้องคุยกับคู่สมรส วางแผนร่วมกันและตกลงเป้าหมายร่วมกัน หลายคนใช้บริการจากคลินิกวางแผนการเงินของสถาบันการเงินต่างๆ แต่บางคนก็เลือกที่จะศึกษาและลงทุนด้วยตัวเอง วิธีไหนก็ได้ แต่คงดีไม่น้อยที่เราจะเรียนรู้และวางแผนทางการเงินด้วยตัวของเราเอง โดยมีนักวางแผนทางการเงินช่วยตรวจเช็กและหาจุดอ่อนจุดแข็งของแผนอีกชั้นหนึ่ง

ในการวางแผนการลงทุนนั้น ข้อมูลสำคัญที่สุด ข้อมูลที่จะต้องมีหรือต้องเตรียมให้พร้อม ประกอบด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งหมด (คิดตามราคาตลาด) หนี้สินคงค้าง รายรับทุกประเภท ทั้งที่เป็นรายรับประจำและรายรับอื่น เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า เงินสวัสดิการ ฯลฯ รายจ่ายและค่าใช้จ่าย รวมทั้งการออมและการจ่ายเงินตามข้อผูกพันทั้งหมด (เช่น เงินออมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเบี้ยประกันชีวิต เป็นต้น)

ในการวางแผนทางการเงิน ควรเริ่มด้วยการกำหนดเป้าหมาย ซึ่งอาจมีทั้งเป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะกลาง และเป้าหมายระยะยาว เมื่อกำหนดเป้าหมายทั้งหมดแล้วจึงกำหนดกลยุทธ์ ดำเนินการตามแผนเพื่อไปสู่เป้าหมายให้ดีที่สุดหรือมีประสิทธิภาพสูงสุด การปฏิบัติตามแผนการเงินนี้ ส่วนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้หรือไม่ได้ ก็คือการวางแผนการลงทุน และการทบทวนแผนการลงทุนเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งจะทำอย่างนี้ได้ก็ต้องศึกษาและใส่ใจติดตามข้อมูลทางเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

อย่างน้อยที่สุดคือพึงรู้ว่า ในสถานการณ์ใด ควรลงทุนอย่างใด ส่วนใหญ่ก็จะหมุนเวียนอยู่ใน 4 กลุ่มหลัก คือ พันธบัตร หุ้นทุน เงินสด และกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เหมืองแร่ น้ำมัน เป็นต้น

โดยความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเศรษฐกิจกับการลงทุนอาจแยกให้เห็นภาพได้ง่ายๆ ดังนี้

1.ถ้าเศรษฐกิจชะลอตัว เข้าลงทุนในพันธบัตร

2.ถ้าเงินเฟ้อลดลง เข้าลงทุนในกลุ่มหุ้นทุน

3.ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น ลงทุนในกลุ่มโภคภัณฑ์ เช่น เหมืองแร่ น้ำมัน อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ ฯลฯ

4.ถ้าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ขายสินทรัพย์และถือครองเงินสด

การจัดการหรือวางแผนการลงทุนนี้ ถ้าเข้าใจคีย์เวิร์ดหรือคาดการณ์แนวโน้มหรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ก็จะสามารถจัดการลงทุนหรือวางแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ การประสบความสำเร็จในการลงทุนก็เป็นเรื่องไม่ยาก ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่ศึกษาหรือไม่ใส่ใจปรับแผนอย่างสม่ำเสมอ อาจพลาดหรือสุ่มเสี่ยงเกินไป

นั่นเป็นเพราะภาวะการลงทุนย่อมเปลี่ยนไปตามสถานการณ์หรือภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ สภาวการณ์เปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแต่ละช่วงเวลา แถมแต่ละช่วงก็ยังกินเวลาไม่เท่ากัน นั่นหมายถึงการลงทุนที่ต้องอาศัยความใส่ใจสูงสุด ผู้ลงทุนต้องปรับตัว ปรับใจ และปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อัพเดทแผนอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อประโยชน์สูงสุดทางการลงทุนของท่านเอง การลงทุนไม่ควรทุ่มเทการลงทุนไว้ในตะกร้าเดียว แม้ดัชนีจะชัดเจนเพียงไร แต่ก็ต้องเผื่อการลงทุนไว้ในหลายกระเป๋าหรือหลายตะกร้า เพื่อกระจายความเสี่ยงด้วย

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน