
กวาดล้างสินค้าละเมิด ปี'60 ตั้งเป้าลดปริมาณสินค้าเถื่อนวางขายใน 10 พื้นที่สีแดง
"พาณิชย์" เดินหน้าปราบปรามของเถื่อน 10 พื้นที่สีแดง พร้อมคุมเข้มขายของปลอมผ่านเน็ต
"พาณิชย์" เดินหน้าปราบปรามของเถื่อน 10 พื้นที่สีแดง พร้อมคุมเข้มขายของปลอมผ่านเน็ต
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2560 คณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน จะเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการละเมิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงกว่า 10 แห่งทั่วประเทศ ที่ขายสินค้าละเมิดจำนวนมาก เช่น บ้านหม้อ คลองถม ถนนสุขุมวิท ถนนสีลม ตลาดนัดสวนจตุจักร ไนท์พลาซ่า จ.เชียงใหม่ หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน จ.ภูเก็ต เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายต้องลดพื้นที่สีแดงให้น้อยลงและลดปริมาณสินค้าละเมิดที่วางขาย และหากเป็นไปได้จะทำให้หมดไป
"ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมฯ ได้ร่วมกันกดดันและปราบปรามการละเมิดในพื้นที่สีแดง ทำให้การขายสินค้าละเมิดที่ห้างมาบุญครองและตลาดโรงเกลือ ลดลงมากถึง 80% โดยที่ห้างมาบุญครองได้ขอความร่วมมือเจ้าของสถานที่ไม่ ต่อสัญญากับผู้ค้าที่ขายสินค้าละเมิด ส่วนที่ตลาดโรงเกลือทุกหน่วยงานได้ร่วม กับปราบปรามอย่างหนัก โดยเข้มงวดไม่ให้นำเข้าสินค้าละเมิดมาขายในไทย เพราะสินค้าเหล่านี้ผลิตจากต่างประเทศและลักลอบนำเข้ามาขายในไทย" นายสนธิรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ จากการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สามารถจับกุมผู้ทำผิดฐานละเมิดและคดีถึงที่สุดแล้ว 2,638 คดี โดยมีของกลางที่เป็นสินค้าละเมิดประเภทต่างๆ ประกอบด้วย เสื้อผ้า เครื่องหนัง รองเท้า นาฬิกา โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ แผ่นซีดี ดีวีดี และอื่นๆ ทั้งสิ้น 3.63 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 1,756 ล้านบาท ซึ่งจะมีการทำลายของกลางวันที่ 10 มี.ค.นี้
นอกจากนี้ ยังเข้มงวดป้องกันและปราบปรามการละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพราะปัจจุบัน รูปแบบการขายสินค้าละเมิดเปลี่ยนจากการวางขายบนแผงค้ามาเป็นการโพสต์ขายใน เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือเว็บไซต์ต่างๆ มากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือไปยังบริษัท ไปรษณีย์ไทย ในการสุ่มตรวจพัสดุภัณฑ์จากการซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต
สำหรับกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาสิทธิบัตรคงค้าง 3.6 หมื่นคำขอ ขณะนี้ คสช.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดต่างๆ เพื่อป้องกันและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ภาพประกอบข่าว







