เดินหน้ากม.ปิโตรเลียม
กมธ. เร่งชง สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ วาระ 2 และวาระ 3 ดันออกเป็นกฎหมาย
กมธ. เร่งชง สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ วาระ 2 และวาระ 3 ดันออกเป็นกฎหมาย
พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับเข้าสู่การพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระ 2 และวาระ 3 โดยจะไม่มีการเสนอขยายเวลาพิจารณาออกไปอีก
ทั้งนี้ หลักการของ พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้มีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 3 วิธี ได้แก่ ระบบสัมปทาน ระบบสัญญาแบ่งปัน ผลผลิต (พีเอสซี) และสัญญาจ้างสำรวจและผลิต ล่าสุดได้แก้ไขสัญญาจ้างสำรวจและผลิตเป็นสัญญาจ้างบริการ (เซอร์วิส คอนแท็กต์) เพื่อให้เป็นสากลมากขึ้น ส่วนการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (เอ็นโอซี) จะให้มีการบัญญัติไว้ในร่าง พ.ร.บ.แต่จะยังไม่ดำเนินการจนกว่าจะมีความพร้อม
พล.อ.สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ที่ปรึกษา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า หากเป็นไปตามขั้นตอนดังกล่าว คาดว่าการเปิดประมูลแหล่งก๊าซเอราวัณและบงกช ที่จะหมดอายุช่วงปี 2565-2566 จะยังอยู่ในกรอบที่จะดำเนินการได้ทันภายในเดือน พ.ค. 2560 หรือช้าที่สุดคือไม่เกินเดือน มิ.ย. 2560 และจะคัดเลือกผู้ที่ชนะการประมูลไม่เกินสิ้นปีนี้ ซึ่งตามหลักการปิโตรเลียมที่เคยผ่านระบบสัมปทานไปแล้ว จะใช้วิธีประมูลระบบพีเอสซี แต่ถ้าแหล่งใหม่ไม่เคยดำเนินการจะใช้ระบบสัมปทาน โดยขณะนี้จีนมีความสนใจลงทุนด้านพลังงาน ดังนั้นจีนอาจจะสนใจมาแข่งขันด้วย
สำหรับการตั้งบรรษัทน้ำมันคงต้องรอผลศึกษาในรายละเอียด โดยพบว่าบรรษัทน้ำมันที่มีการดำเนินงานส่วนใหญ่จะส่งผลให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงได้ และหากมีการดึงเงินค่าภาคหลวงปิโตรเลียมที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมาบริหาร ตามแนวคิดที่มีการเสนอซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท ก็อาจจะส่งผลให้เกิดการใช้เงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
น.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำเครือข่ายปฏิรูปพลังงาน (คปพ.) กล่าวว่า รัฐมีความพยายามที่จะเร่งรัดกฎหมาย ดังกล่าวโดยไม่ฟังเสียงประชาชน ซึ่งการบริหารจัดการแหล่งทรัพยากรธรรมชาติจำเป็นจะต้องศึกษาให้รอบคอบ และก่อนหน้านี้เคยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาไว้แล้ว แต่ก็กลับไม่ใช้


