
พาณิชย์แจงต้องใช้มาตรการพิเศษแก้ปัญหาสิทธิบัตรค้าง3.6หมื่นคำขอ
"พาณิชย์"ยันจำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษแก้ปัญหาสิทธิบัตรคั่งค้าง 3.6 หมื่นคำขอ ชูวิธีแลกเปลี่ยนผลตรวจสอบกับต่างประเทศ
"พาณิชย์"ยันจำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษแก้ปัญหาสิทธิบัตรคั่งค้าง 3.6 หมื่นคำขอ ชูวิธีแลกเปลี่ยนผลตรวจสอบกับต่างประเทศ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า มาตรการพิเศษที่รัฐบาลกำลังจะนำออกมาใช้ในการแก้ไขปัญหาการออกสิทธิบัตรล่าช้า จะช่วยแก้ไขปัญหาคำขอรับสิทธิบัตรที่ค้างการพิจารณาอยู่ในระบบได้จริง และจะช่วยให้การพิจารณาออกสิทธิบัตรทำได้เร็วขึ้น เพราะปัจจุบันมีจำนวนคำขอรับสิทธิบัตรที่ค้างการพิจารณาทุกสาขาเทคโนโลยีมีเป็นจำนวนมากกว่า 3.6 หมื่นคำขอ หากสามารถสะสางลงได้ จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ที่จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทำได้ดีขึ้น
สำหรับแนวทางในการดำเนินการเร่งรัดการจดสิทธิบัตรที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที คือการแลกเปลี่ยนผลการตรวจสอบ หรือ Work sharing ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศต่างๆใช้อยู่ เช่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น โดยมาตรการนี้ จะเป็นมาตรการทางเลือกชั่วคราวที่จะใช้กับคำขอสิทธิบัตรที่ค้างการพิจารณามาเป็นเวลานาน และหากสิทธิบัตรได้รับการอนุมัติในต่างประเทศแล้ว ก็จะช่วยร่นขั้นตอนการพิจารณาลงได้
“กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะนำมาตรการนี้มาใช้ร่วมกับคู่มือการตรวจสอบสิทธิบัตรที่จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประดิษฐ์ และภาคประชาสังคม ซึ่งจะทำให้การจดสิทธิบัตรทำได้เร็วขึ้น แต่การดำเนินการตามมาตรการนี้ กรมยังคงมีหน้าที่ตรวจสอบคำขอให้เป็นไปตามพ.ร.บ.สิทธิบัตร อีกทั้งยังมีกลไกการคัดกรองคำขอก่อนเข้าสู่ระบบ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการทบทวนผลตรวจสอบได้ด้วย หากมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น”นางอภิรดีกล่าว
นางอภิรดี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เห็นว่าหากไม่สามารถแก้ปัญหางานค้างสะสมได้ จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพผู้ตรวจสอบและระบบให้บริการโดยรวม จึงจำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษออกมาใช้ หากมาตรการนี้ได้รับความสนใจจากผู้ขอรับสิทธิบัตร จะทำให้ปัญหางานค้างสะสมลดลงตามเป้าหมาย และยังจะส่งผลดีทำให้นักประดิษฐ์คิดค้นของไทย มีการพัฒนางานประดิษฐ์คิดค้นมากขึ้น จากการที่สามารถยื่นคำขอจดสิทธิบัตรและได้รับการจดสิทธิบัตรเร็วขึ้น
ทั้งนี้ แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ด้วยข้อจำกัดของผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาเทคโนโลยีเฉพาะด้านมีเพียง 24 คน ขณะที่ปริมาณคำขอเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับภาระงานของผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรไทยกับต่างประเทศ พบว่าภาระงานของผู้ตรวจสอบไทยสูงกว่าของต่างประเทศอยู่มาก ซึ่งรัฐบาลได้ตระหนักว่าปัญหางานค้างตรวจสอบส่งผลกระทบต่อการสร้างนวัตกรรมและการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ จึงได้อนุมัติอัตรากำลังเพิ่มให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ในการฝึกฝนผู้ตรวจสอบใหม่ให้มีความเชี่ยวชาญพร้อมปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อผู้ตรวจสอบใหม่เริ่มสามารถปฏิบัติงานได้ จะทำให้การพิจารณาตรวจสอบสิทธิบัตรรวดเร็วขึ้น
ขณะที่ มาตรการระยะยาว กรมทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ระหว่างการแก้ไขพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 เพื่อให้การตรวจสอบสิทธิบัตรมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งตามแผนคาดว่าจะสามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายจากทุกภาคส่วนได้ภายในกลางปีนี้







