posttoday
จะสำเร็จการเงินได้ยังไง ถ้าไม่วางแผนประกัน

จะสำเร็จการเงินได้ยังไง ถ้าไม่วางแผนประกัน

02 มีนาคม 2560

โดย...มงคล ลุสัมฤทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล

โดย...มงคล ลุสัมฤทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล  

ถ้าพูดถึงเรื่องของเงินแล้ว สิ่งที่จะคุณจะพบได้ในคนทั่วไปจะมีอยู่ 4 สถานการณ์นี้ครับ

1.หาเงินมาได้เท่าไร แต่ใช้เก่งกว่าเท่านั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือความยากจน

2.หาเงินมาได้เท่าไร แบ่งเงินออกมาเก็บ ที่เหลือค่อยเอาไปใช้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือเงินเก็บลดค่าเพราะถูกเงินเฟ้อกัดกิน

3.หาเงินมาได้เท่าไร แบ่งเงินออกมาลงทุน ที่เหลือค่อยเอาไปใช้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือความร่ำรวย

4.หาเงินมาได้เท่าไร แบ่งเงินออกมาลงทุน พร้อมเจียดเงินก้อนเล็กอีกก้อนเป็นค่าเบี้ยประกัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือความร่ำรวยที่ยั่งยืน

ทำไมสถานการณ์ที่ 4 จึงทำให้ความรวยนั้นยั่งยืนล่ะครับ ก็เพราะการทำประกันเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญที่สุดในการโอนย้ายความเสี่ยงที่เราต้องรับผิดชอบเองไปให้บริษัทประกันไง

คุณคิดดูสิครับว่าเงินของคุณมาจากไหน ถ้าจะไม่ได้มาเพราะคุณมีความสามารถและมีเวลาให้หาไม่ใช่หรือ ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งหมดไปรายได้คุณจะมาจากไหนจริงป่ะ

ถ้าพูดถึงประกันชีวิตคุณคิดว่าคนเราคนหนึ่งควรมีทุนประกันเท่าไหร่ล่ะ 100,000, 200,000, 500,000, 1 ล้าน 10 ล้าน 100 ล้าน… หรือแค่ทำแค่ไว้ลดหย่อนภาษีเท่านั้น

หลักการเรื่องนี้ดูจากภาระหรือความรับผิดชอบที่คุณมีต่อคนอื่นครับ

วิธีการหนึ่งตามหลักสากลที่ใช้คำนวณทุนประกันที่เหมาะสมคือ วิธีการที่เรียกว่า Non-Working Spouse ครับ แปลตรงๆ คือวิธีการที่หากคนที่รับผิดชอบครอบครัวเป็นอะไรไป คู่สมรสที่เหลืออยู่จะมีชีวิตต่อไปเหมือนเดิมโดยไม่ต้องทำงาน แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เฉพาะคู่สมรสเท่านั้นนะครับ

หลักการเรื่องนี้คือ หากคนที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวจากไป จำเป็นต้องมีเงินก้อนหนึ่ง ที่คนที่อยู่จะเบิกใช้ได้ไปจนกว่าลูกคนเล็กจะเรียนจบมหาวิทยาลัย

อย่างเช่น หัวหน้าครอบครัวคนหนึ่งมีลูก 1 คน อายุ 5 ขวบ มีค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวเฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาท หรือปีละ 240,000 บาท กว่าลูกจะเรียนจบปริญญาตรีก็ 22-5 =17 ปี

หากมีอะไรเกิดขึ้นกับหัวหน้าครอบครัวคนนี้คืนนี้ จำนวนเงินที่คนที่อยู่จะต้องมีคือ 240,000 x 17 = 4,080,000 บาท โดยเงินก้อนนี้คนที่อยู่ต้องเอาไปฝาก ให้ได้ผลตอบแทนพอๆ กับเงินเฟ้อด้วยนะ

อ้าว แล้วไม่ใช่คนมีลูกล่ะ อย่างคนโสดใช้วิธีนี้ได้ป่ะ ได้ครับ ก็แค่เปลี่ยนจำนวนปีที่ลูกจะเรียนจบไปเป็น จำนวนปีที่คนที่เรารักหรือคนที่เราดูแลจะมีชีวิตเหลืออยู่

เช่น ถ้าคนโสดคนหนึ่งให้เงินพ่อแม่อยู่ทุกวันนี้ เดือนละ 10,000 บาท หรือปีละ 120,000 บาท หากคุณพ่อหรือแม่อายุตอนนี้ 65 ปี อายุที่คาดว่าจะเหลืออยู่ = 85 - 65 = 20 ปี จำนวนที่ควรเตรียมไว้เพื่อดูแลท่านคือ 120,000 x 20 = 2,400,000 บาท

แต่ยังไม่หมดนะครับ ตัวเลขนี้ต้องบวกเพิ่มภาระหนี้สินคงค้างที่ตัวเองต้องรับผิดชอบที่ยังเหลืออยู่และสำหรับคนมีลูกอาจต้องรวมทุนการศึกษาของลูกในอนาคตเข้าไปด้วยนะครับ

รวมไปรวมมาแล้วเยอะขนาดนี้จะหาเงินที่ไหนมาเตรียมไว้ มันต้องหักจากสินทรัพย์ที่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ง่ายที่มีอยู่ เช่น เงินฝาก เงินเก็บ กองทุน หุ้น พันธบัตร ฯลฯ และหักต่อด้วยทุนประกันรวมที่มี นั่นคือจำนวนเงินที่คุณควรเตรียมเพิ่มครับ

ซึ่งวิธีที่ใช้เตรียมเงินก้อนนี้ที่ง่ายมากๆ คือใช้ทุนประกันครับ

คุณก็จะมามีคำถามอีกว่า ทุนเยอะขนาดนั้นจะมีปัญญาจ่ายเบี้ยประกันยังไง แหมมันมีหลายแบบครับ แบบที่เบี้ยต่ำสุดเน้นคุ้มครองสูงๆ ก็แค่ 0.5-2% ของทุนประกันก็ทำได้แล้ว ซึ่งก็ขึ้นกับเพศ อายุ ของคนทำครับ

ที่เบี้ยสูงๆ ทุนประกันต่ำๆ ที่คุณเคยเห็นก็ไม่ต้องไปซื้อสิครับ แบบนั้นมันเหมาะกับคนที่ต้องการออมเงิน แต่ประกันแบบนั้นผลตอบแทนก็ไม่ได้สูงอะไรมากนัก เพราะประกันแบบนี้บริษัทประกันเขาเอาไปลงทุนในพันธบัตร ซึ่งผลตอบแทนของพันธบัตรพวกนี้ก็อยู่ประมาณ 3-4% หักค่าใช้จ่ายด้านประกันก็เหลือสุทธิแค่ 2-2.5% แค่นั้นครับ

หรือถ้าคุณต้องการความคุ้มครองสูงและมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จากการลงทุนในกองทุนรวม ก็เลือกแบบกรมธรรม์ควบการลงทุน หรือ Unit Linked แต่แบบนี้เขาไม่ได้รับรองผลตอบแทนนะครับ

จะวางแผนการเงิน วางแผนการลงทุนยังไง ก็อย่าลืมวางแผนเรื่องประกันด้วยนะครับ เพราะประกันคือการซื้อเงินสดก้อนใหญ่ โดยใช้เงินสดก้อนเล็กครับ 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69