posttoday
หนี้ครัวเรือน ไม่เกี่ยวกับอสังหาฯซบ

หนี้ครัวเรือน ไม่เกี่ยวกับอสังหาฯซบ

01 มีนาคม 2560

โดย...CHOKCHAI

โดย...CHOKCHAI

ศูนย์วิจัยศุภาลัย สำรวจพบว่าใน 3-4 ปีที่ผ่านมา พบว่าวงการธุรกิจที่อยู่อาศัยมีการกล่าวถึงสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยว่ามีระดับสูง และเป็นปัจจัยที่ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยชะลอตัวซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ข้อเท็จจริงเชิงวิชาการที่ถูกต้องเกี่ยวกับสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี คือ 1.สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีจะมีค่าสูงขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก โดยไม่มีข้อยกเว้นโดยแปรผันตามระดับการพัฒนาด้านสถาบันการเงิน (Financial intermediation development) ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก (Widening & Deepening)

กล่าวคือเมื่อผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงบริการของสถาบันการเงินอย่างกว้างขวางและเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น หนี้สินครัวเรือนจะได้รับการบันทึกในระบบมากขึ้น อันจะทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีสูงขึ้นตามลำดับด้วย ทั้งนี้ ความเป็นหนี้มากน้อยของครัวเรือนโดยเฉลี่ยในเชิงโครงสร้างมีส่วนเกี่ยวข้องกับสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีน้อยมาก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือประเทศในยุโรปที่มีพัฒนาการทางการเงินสูงกว่าไทยจะมีสัดส่วนตัวนี้สูงกว่าไทย 30-40 หน่วยเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศเหล่านั้นมีความเสี่ยงทางการเงินมากกว่าไทย ส่วนประเทศข้างเคียงของไทยที่มีพัฒนาการน้อยกว่าไทยมาก จะมีสัดส่วนตัวนี้น้อยกว่าไทยหลายสิบหน่วยเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ดังแสดงในรูป Householddebt to GDP หรือหนี้ครัวเรือนของไทยต่อจีดีพี ซึ่งแสดงว่าประชาชนในประเทศเหล่านั้นยังไม่มีโอกาสเข้าถึงสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของแต่ละประเทศมีการเพิ่มขึ้นที่ช้าหรือเร็วแตกต่างกันในช่วงเวลาต่างๆ สัดส่วนตัวนี้ของไทย หนี้สินครัวเรือนของไทยต่อจีดีพี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในช่วงปี 2534-2540 สัดส่วนตัวนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 5  หน่วยเปอร์เซ็นต์/ปี แต่ในช่วงปี 2551-2559 เพียงประมาณ 3 หน่วยเปอร์เซ็นต์/ปี

นอกจากนี้เป็นที่แน่นอนว่าปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสัดส่วนตัวนี้ยังมีอีกมาก เช่น ราคาที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าปกติ เป็นต้น แต่ระดับการพัฒนาด้านสถาบันการเงินยังคงเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ดังนั้นสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงไม่อาจใช้บอกได้ว่าภาวะหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในสภาพเลวร้ายเพียงใด

กล่าวโดยสรุป ก็คือสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยมากกับระดับความเป็นหนี้โดยเฉลี่ยของผู้บริโภคแต่ละคนเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงอย่างไร จึงไม่สามารถที่จะใช้สัดส่วนตัวนี้มาเชื่อมโยงกับความซบเซาของธุรกิจที่อยู่อาศัยอย่างที่ชอบทำกันในช่วงที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ