
เวียดนาม ซิลิคอลวัลเลย์อาเซียน (จบ)
เวียดนามเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ตั้งใจสร้างภาพลักษณ์ของประเทศให้เป็น “ซิลิคอลวัลเลย์ของอาเซียน” ปั้นให้เป็นแหล่งนวัตกรรมใหม่ของโลก
เวียดนามเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ตั้งใจสร้างภาพลักษณ์ของประเทศให้เป็น “ซิลิคอลวัลเลย์ของอาเซียน” ปั้นให้เป็นแหล่งนวัตกรรมใหม่ของโลก
หากพูดถึงสตาร์ทอัพเวียดนามรุ่นแรกๆ ในปี 2557 ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายอย่าง ดอง เหงียน ผู้สร้างโมบายเกมชื่อดัง Flappy Bird เป็นโมบายเกมที่ติดอันดับยอดดาวน์โหลดสูงที่สุดทั้งแอปเปิ้ลและแอนดรอยด์ และในช่วงที่เป็นที่นิยม คาดว่าน่าจะมีรายได้สูงถึง 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ/วัน
Flappy Bird จึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ของเวียดนาม
เมื่อดูสถิติจำนวนสตาร์ทอัพในเวียดนาม แม้ว่าจำนวนที่เก็บข้อมูลได้ยังไม่มาก เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่ก็เห็นได้ว่ามีการเติบโตก้าวกระโดดในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และกลุ่มที่มีจำนวนสตาร์ทอัพมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อี-คอมเมิร์ซ มีเดีย และฟินเทค
ปัจจัยหลัก ที่จะผลักดันเวียดนามให้ถึงเป้าหมาย คือ การสนับสนุนของรัฐบาลในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพ การเปิดกว้างต่อองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่และการลงทุนต่างชาติ ขีดความสามารถด้าน STEM และจิตวิญญาณผู้ประกอบการของคนเวียดนามเอง
การสนับสนุนของภาครัฐ แม้ว่าหน่วยงานในรัฐที่มีหน้าที่โดยตรงในการส่งเสริมด้าน MSME (Micro, Small, and Medium Enterprise) ยังไม่มีความเข้มแข็งมากนัก การผลักดันส่วนใหญ่มาจากสมาคมการค้ามากกว่าจะมาจากรัฐบาลโดยตรง
แต่เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมานี้ รัฐบาลเวียดนาม โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศแนวคิดริเริ่ม Viet Nam Silicon Valley (VSV) Project ในกรุงฮานอย เพื่อส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ทอัพ และมีโครงการ Accelerator โดยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก
แนวทางการทำงานของรัฐบาลเวียดนาม มีการเปิดกว้างต่อเทคโนโลยีใหม่และการลงทุนต่างชาติ โดยเห็นว่าการเติบโตจากภายในอย่างค่อยเป็นค่อยไปคงจะไม่ทันการณ์กับกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เวียดนามจึงพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ และผู้เชี่ยวชาญเข้ามาในประเทศ
จนเวียดนามกลายเป็นประเทศที่ต่างชาติพอใจที่จะมาทำงานเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน
และปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือขีดความสามารถและจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการของคนเวียดนามเอง แม้ว่าวิถีชีวิตของคนเวียดนามรุ่นใหม่จะแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก สิ่งที่ปลูกฝังคือความอดทนและใฝ่เรียนรู้ นักเรียนเวียดนามได้รับการยอมรับด้านความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ จากผลการวัด PISA ในปีล่าสุดติดอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งดีกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาเสียอีก
ด้านการเขียนโปรแกรม เด็กเวียดนามรุ่นใหม่มีความสามารถด้านนี้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งจากการสอนในโรงเรียน และจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง







