
บูม‘เทเลอร์เมด’
แอตต้าถก ททท. กางยุทธศาสตร์ปั้นแผนรับจีนและนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักฮิตเที่ยว เผยใช้จ่ายสูงกว่าเอฟไอที 50%
แอตต้าถก ททท. กางยุทธศาสตร์ปั้นแผนรับจีนและนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักฮิตเที่ยว เผยใช้จ่ายสูงกว่าเอฟไอที 50%
นายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แอตต้าเตรียมหารือร่วมกับ นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเร่งวางแผนส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ภายใต้การออกแบบท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (เทเลอร์เมด) แต่ใช้บริการการจองสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ หรือโรงแรม
สำหรับแนวทางในระยะแรกแอตต้าและ ททท. จะเร่งให้คำจำกัดความหมายของนักท่องเที่ยวกลุ่มเทเลอร์เมดดังกล่าวให้มีความชัดเจนและมีขอบข่ายครอบคลุมลักษณะใดบ้าง เพื่อรองรับกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ ซึ่งปัจจุบันมีความชัดเจนในตลาดจีน ญี่ปุ่น เป็นต้น
ขณะที่พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มเทเลอร์เมด พบว่านิยมเดินทางท่องเที่ยวกลุ่มขนาดเล็กแบบเพื่อน คู่รัก ครอบครัว โดยมีความต้องการเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็สามารถปรับเปลี่ยนรายการท่องเที่ยวได้ตามความต้องการของตัวเอง รวมถึงต้องการใช้บริการจากมัคคุเทศก์ (ไกด์) ผ่านบริษัททัวร์ เพื่อประสานและอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งแตกต่างจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) จะไม่พึ่งพาบริษัททัวร์ แต่นิยมหาข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวผ่านทางออนไลน์และวางแผนท่องเที่ยวเดินทางพร้อมจองที่พักด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนี้ กลุ่มเทเลอร์เมดเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง มีการใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มเอฟไอทีประมาณ 50% เพราะยินดีจ่ายเพื่อให้ได้สินค้าและบริการตามที่ต้องการ ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปและกลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มเกษียณอายุ โดยการกำหนดคำนิยามที่ชัดเจนร่วมกันในครั้งนี้ จะช่วยให้ ททท.สามารถปรับแผนยุทธศาสตร์การตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรม
นักท่องเที่ยวปัจจุบัน ขณะที่ผู้ประกอบการทัวร์ หรือธุรกิจตัวแทนท่องเที่ยวต้องเร่งปรับตัวเพิ่มคุณภาพและการบริการที่ดีสร้างความประทับใจให้กับ
นักท่องเที่ยว
“ใน 1-2 ปีนี้การท่องเที่ยวแบบเทเลอร์เมด หรือการดีไซน์ทัวร์ด้วยตัวเองจะยิ่งเห็นภาพจัดเจนยิ่งขึ้นเป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะภายหลังการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญคนจีนอีกระดับที่กระเป๋าหนักพร้อมจ่ายชอบการเดินทางที่สะดวกมีคนคอยดูแล แต่ไม่ต้องการเดินทางตามโปรแกรมทัวร์ หรือต้องตื่นตามเวลาที่ทัวร์กำหนดที่ 6-7-8 นาฬิกา ซึ่งปีนี้จะเห็นภาพการเติบโตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกตลาด” นายสุรวัช กล่าว
อย่างไรก็ตาม แอตต้าต้องการให้ ททท.ปรับเปลี่ยนรูปแบบการโรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยวให้มีความหลากหลายทันต่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบอย่างรวดเร็ว ไม่เฉพาะเจาะจงการเดินทางแบบเอฟไอทีและกรุ๊ปทัวร์เท่านั้น โดยตลาดจีนมีบริษัททัวร์ทำตลาดในลักษณะดังกล่าวหลายราย ททท.อาจวางแผนแลกเปลี่ยนข้อมูลความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงตามความต้องการ สร้างความแตกต่างให้กับภาคการท่องเที่ยวประเทศไทย รับมือการแข่งขันที่รุนแรงในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน







