‘ไร่รื่นรมย์’ เชียงราย ธุรกิจเกษตรเชิงสร้างสรรค์
สองพี่น้อง “กิตะพาณิชย์” ผู้ก่อตั้ง “ไร่รื่นรมย์” จ.เชียงราย เพราะเห็นความสำคัญของการทำการเกษตร
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
สองพี่น้อง “กิตะพาณิชย์” ผู้ก่อตั้ง “ไร่รื่นรมย์” จ.เชียงราย เพราะเห็นความสำคัญของการทำการเกษตร และอยากทำการเกษตรแบบใหม่ จึงสร้างเกษตรเชิงสร้างสรรค์และพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างดี
“ศศิวิมล กิตะพาณิชย์” ผู้ก่อตั้ง ไร่รื่นรมย์ จ.เชียงราย (RAI RUEN ROM Organic Farm in Chiang Rai) เปิดเผยว่า ไร่รื่นรมย์ เกิดขึ้นจากความสนใจของตัวเองที่ต้องการสร้างชุมชนในประเทศให้แข็งแรงและมีความยั่งยืน จึงสนใจที่จะสร้างธุรกิจเกษตรแบบผสมผสานขึ้นมา โดยได้เรียนเพื่อศึกษาองค์ความรู้ต่างๆ อย่างรอบด้าน ประกอบกับครอบครัวมีที่ดินใน อ.เถิง จ.เชียงราย จึงสนใจเริ่มทำการเกษตรในพื้นที่ด้วยตัวเอง และเป็นการทำเกษตรอินทรีย์
กิจการเกษตรที่ทำจะมีทั้งการปลูกข้าว เป็นทั้งข้าวหอมอุบล ข้าวหอมนิลจักรพรรดิ รวมถึงมีการต่อยอดสู่การปลูกผักอินทรีย์ในพื้นที่ และการขยายไปสู่การปลูกพืชแบบเกษตรเชิงผสมผสานในทุกอย่าง รวมทั้งยังมีการปลูกดอกไม้ ดอกดาวเรือง ซึ่งมีการพัฒนาการเกษตรอย่างต่อเนื่อง
“ไร่รื่นรมย์ มีความเชื่อมั่นว่า การทำเกษตรอินทรีย์ คือ ความมั่นคงและยั่งยืน เป็นผลดีต่อทุกคน และเป็นผลดีอย่างมากต่อทั้งผู้บริโภค รวมถึงสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติทั้งหมด” ศศิวิมล กล่าว
ปัจจุบันไร่รื่นรมย์เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว และได้ขยายสู่การเป็น “ศูนย์การเรียนรู้” ที่เน้นให้ปฏิบัติจริง พร้อมกับได้ถ่ายทอดความรู้เชิงเกษตรให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ได้ทั้งหมด โดยผลจากการที่ไร่รื่นรมย์ มุ่งทำเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่แรก จึงส่งผลดีทำให้ชุมชนรอบๆ พื้นที่ อ.เถิง หันมาตื่นตัวและสนใจการทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
“การทำเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย และมีความท้าทายในหลายด้าน ต้องบริหารจัดการภายในพื้นที่ ผสมความรู้ในหลายด้านมารวมกัน ศึกษาข้อมูลอย่างต่อเนื่องและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง รวมถึงมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ มากระทบต่อการทำเกษตรด้วย ดังนั้นต้องบริหารจัดการให้ดีที่สุด” ศศิวิมล กล่าว
“วิลาสินี กิตะพาณิชย์” อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง ไร่รื่นรมย์ กล่าวว่า การพัฒนาธุรกิจฟาร์มของไร่รื่นรมย์ ที่ทำเกษตรแบบผสมผสาน รวมทั้งศึกษาตลาดและความต้องการของผู้บริโภค พบว่า หลังจากเปิดให้ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมฟาร์มแล้ว ลูกค้าก็จะสอบถามทั้งเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงที่พักด้วย ทำให้ได้พัฒนาธุรกิจการทำธุรกิจร้านอาหาร และคาเฟ่ ในชื่อ ฟาร์มคาเฟ่ และที่พัก “ฟาร์มสเตย์”
นอกจากนี้ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปประเภทต่างๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบางส่วนที่เหลือจากการแปรรูป นำไปพัฒนาและแปรรูปสู่อาหารสัตว์ ที่มีการเชื่อมโยงงานวิจัย จากนักวิจัย ทำให้พัฒนาสู่การเป็น ซีโร่ เวสต์ หรือทำให้มีของสูญเสียที่เหลือภายในไร่ อีกทั้งมีการเชื่อมโยงกับชุมชนในพื้นที่ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างมาตรฐานการทำเกษตร รวมถึงการส่งเสริมเกษตรกรมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
“การทำตลาดทางการเกษตร เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากเช่นกัน ต้องเข้าใจตลาด สื่อสารให้ตลาดได้รับรู้ รวมถึงต้องบริหารจัดการ ทั้งเรื่องต้นทุนการปลูก การบริหารจัดการภายใน และทำให้ผู้ปลูกเห็นคุณค่าของการปลูก และการทำเกษตรที่เป็นสิ่งมีคุณค่าอย่างมาก” วิลาสินี กล่าว
“ไร่รื่นรมย์” เป็นหนึ่งของการทำเกษตรเชิงสร้างสรรค์ ที่เกิดจากใจรัก มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ และมีแนวคิดสำคัญต้องการสร้างสิ่งที่ดีให้แก่ชุมชนและประเทศไทย รวมถึงเป็นฟาร์ม ที่ไม่มีการหยุดนิ่ง พร้อมนำเสนอสิ่งใหม่แก่ลูกค้าให้ดีที่สุด


