
"พิชิต"รับเด้งผู้ว่ารฟท.ทำรถไฟทางคู่1.63 แสนล้านสะดุด
รัฐมนตรีคมนาคมเปิดช่องซูเปอร์บอร์ดสั่งล้มโครงการของรฟท. บิ๊กตู่เตรียมตั้ง “ประสาร” อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ นั่งประธานซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้าง
รัฐมนตรีคมนาคมเปิดช่องซูเปอร์บอร์ดสั่งล้มโครงการของรฟท. บิ๊กตู่เตรียมตั้ง “ประสาร” อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ นั่งประธานซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้าง
นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว่า สาหตุที่มีคำสั่ง ปลดผู้ว่า รฟท. ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้คณะกรรมการรถไฟมีอิสระในการทำงานทั้งเรื่องบริหารและจัดซื้อจัดจ้างในอนาคตซึ่งการให้ผู้ว่ารฟท.คนเดิมพ้นจากตำแหน่งถือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการที่จะทำให้บอร์ดใหม่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง โครงการจัดซื้อจัดจ้างของการรถไฟแห่งประเทศ(รฟท.)ที่มีงบประมาณในลงทุนมากถึง90% ของงบลงทุนทั้งประเทศ โดยในช่วง2 ปี คือ ปี59-60 มีงบลงทุนรวมกว่า 2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น ปี 59 จำนวน968,978 .79 ล้านบาท และปี 60จำนวน 904,817.28 ล้านบาท
นอกจากนี้ที่ผ่านมา ยังมีข้อร้องเรียนถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานของรฟท.อาทิ การจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้องตามระเบียบเกิดการล็อคสเป็ค เพื่อกีดกันคู่แข่งขันในการประกวดราคา โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่มีงบลงทุนจำนวนมาก อีกทั้งรัฐบาลได้เน้นย้ำมาตลอดว่า ต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ยังมีการร้องเรียนในโครงการสรรหาเอกชนเพื่อร่วมลงทุนเป็นผู้ประกอบการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ที่ลาดกระบัง เกี่ยวกับขั้นตอนการโยกย้ายเอกสารจนนำไปสู่การล้มประมูลโครงการดังกล่าว
ส่วนการสรรหาผู้ว่า รฟท. คนใหม่นั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของซูเปอร์บอ์ดที่เป็นผู้ดำเนินการกำหนดกรอบและการสรรหา ซึ่งในความเห็นส่วนตัวมองว่าควรจะต้องเร่งสรรหาโดยเร็ว เนื่องจากผู้ว่ารฟท.คนเดิมนั้น ได้พ้นจากตำแหน่งผู้ว่ารฟท. อย่างสมบูรณ์แล้ว โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ของรัฐประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
สำหรับการแต่งตั้งคณะกรรมการซูเปอร์บอร์ดเข้ามากำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการของรฟท. นั้นอาจทำให้โครงการล่าช้าไปบ้างแต่ก็สร้างความโปร่งใส เพื่อส่งเสริมให้เกิดความคุ้มค่าทั้งงบประมาณ และระยะเวลาในการดำเนินงาน ส่วนจะมีการประกาศยกเลิกโครงการทางคู่7เส้นทางที่มีปัญหาหรือไม่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับฯจะเป็นผู้พิจารณา ว่าจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร ซึ่งหากคณะกรรมการ เห็นว่า ควรยกเลิก ทั้งหมดก็สามารถทำได้ แต่หากไม่ต้องการยกเลิก ก็อาจจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบางส่วนของโครงการ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าซูเปอร์บอร์ดจะไม่ซ้ำซ้อนกับการทำงานตรวจสอบของหน่วยงานเดิมที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เนื่องจากชุดใหม่ที่ คสช. ตั้งขึ้นจะกำกับดูแลขบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเท่านั้น
“คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจพิจารณายกเลิกโครงการ ทั้งที่ได้เปิดประมูลไปแล้ว กำลังจะเปิด และยังไม่ได้เปิดประมูล ซึ่งตามปกติสัญญาจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐนั้น มีการเปิดช่องให้มีการบอกเลิกสัญญาได้อยู่แล้ว หากตรวจสอบพบว่ามีข้อกังวลเรื่องความไม่โปร่งใส หรือมีข้อร้องเรียน ความไม่เป็นธรรม แต่จะต้องมีเหตุผลชี้แจงได้ว่ายกเลิกเพราะสาเหตุอะไร” นายพิชิตกล่าว
เบื้องต้นรัฐบาลจะนำกลไกลดังกล่าวมากำกับโครงการของรฟท. จำนวนทั้งสิ้น 7 โครงการวงเงินรวม 163,800 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. เส้นทางนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 169 กิโลเมตร วงเงิน 19,000 ล้านบาท, 2. เส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 116 กิโลเมตร วงเงิน 23,000 ล้านบาท3. เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 132 กิโลเมตร วงเงิน 28,000 ล้านบาท, 4. เส้นทางหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กิโลเมตร วงเงิน 9,800 ล้านบาท และ 5. เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร วงเงิน 16,000 ล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่2เส้นทาง ซึ่งเปิดประมูลไปแล้วและอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง 1.ทางคู่เส้นทางสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และ 2. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร วงเงิน 24,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. เตรียมลงนามในคำสั่ง คสช.แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกจำนวน 4 คนเข้าไปนั่งในร่วมทำงานใน ซุปเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้าง โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 11/2560 เรื่อง การกำกับการจัดซื้อจ้างจ้างของหน่วยงานภาครัฐนั้น ประกอบด้วย
1. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานคณะกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง
2.นายกานต์ ตระกูนฮุน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (จำกัด) มหาชน หรือSCG
3.นายมนัส แจ่มเวหา อดีตอธิบดีกรมบัญชีกลาง
4.นายสมพล เกียรติไพบูลย์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสมัย ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้คาดว่าซุปเบอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้างจะมีการประชุมนัดแรก วันที่ 24 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยคาดว่าจะมีการทำความเข้าเรื่องอำนาจหน้าที่ในการทำงาน และอาจจะมีการพิจารณาโครงการรถไฟทางคู่ 7 เส้นทางซึ่งเป็นโครงการเร่งด่วนลำดับแรก ที่อยู่ในคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 11/2560 ด้วย







