
คมนาคมตั้งเป้า5ปีสร้างสะพานขนาดใหญ่-อุโมงค์112แห่งทั่วประเทศ
คมนาคมตั้งเป้า 5 ปีพัฒนาเส้นทางขนส่ง สร้างสะพานและอุโมงค์รวม 112 แห่ง เพิ่มสถานีขนส่ง 14 แห่ง ด้านรถไฟหวังเพิ่มยอดผู้โดยสาร 60%
คมนาคมตั้งเป้า 5 ปีพัฒนาเส้นทางขนส่ง สร้างสะพานและอุโมงค์รวม 112 แห่ง เพิ่มสถานีขนส่ง 14 แห่ง ด้านรถไฟหวังเพิ่มยอดผู้โดยสาร 60%
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวงคมนาคม (2560-2565) โดยมุ่งเน้นพัฒนาระบขนส่งให้เกิดความเชื่อมโยงทั้งในเมืองหลวงและระดับภูมิภาคควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาจราจรตลอดจนสร้างความคล่องตัวในระบบขนส่ง ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ ได้แก่การก่อสร้างมอเตอร์เวย์เพิ่มขึ้น 454 กิโลเมตร ขยายทางหลวงเป็นสี่ช่องจราจรเพิ่มขึ้นเป็น 14,591 กิโลเมตร ก่อสร้างถนนเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 6,450 กิโลเมตร เพิ่มสถานีขนส่งอีก 14 แห่ง ตลอดจนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่และอุโมงค์ลอดทางรถไฟรวมกัน 112 แห่งทั่วประเทศ
นายอาคม กล่าวต่อว่าส่วนเรื่องระบบรางจะก่อสร้างรถไฟทางคู่เพิ่มเป็น 3,994 กิโลเมตร และทาวเดี่ยว 3,685 กิโลเมตรร่วมกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงสี่เส้นทางระยะทางรวม 1,039 กิโลเมตรภายใน 5 ปี โดยจะเริ่มเปิดบริการรถไฟไฮสปีดไทย-จีนช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา ในปี 2563 จากนั้นปี2564 จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-ระยองและเส้นทางกรุงเทพ-หัวหิน ก่อนที่จะเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-พิษณุโลกในปี 2565 ร่วมกับทยอยเปิดใช้รถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครให้ครบสิบสาย
ทั้งนี้คาดว่าจะเพิ่มความเร็วเฉลี่ยของการขนส่งคนและสินค้าทางรถไฟได้ 70%-80% รวมถึงเพิ่มจำนวนผู้โดยสารทางรางอีก 60% เป็น 75ล้านคนต่อปีจากเดิม 45ล้านคนต่อปี
นายอาคมกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังจะพัฒนาการขนส่งทางอากาศร่วมกับขยายท่าอากาศยานในระยะ 5 ปีนับจากนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดท่องเที่ยวและรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี เริ่มจากเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในแต่ละสนามบินดังนี้ สนามบินสุวรรณภูมิเป็น 65 ล้านคนต่อปีจากปัจจุบันที่. 45 ล้านคนต่อปี สนามบินดอนเมือง 30ล้านคนต่อปีจากปัจจุบัน 18 ล้านคนต่อปี สนามบินภูเก็ต 12.5 ล้านคนต่อปีจาก7.5ล้านคนต่อปี สนามบินอู่ตะเภา 3ล้านคนต่อปีและสนามบินแม่สอด 3.6แสนคนต่อปี ร่วมกับการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินทั่วประเทศ 130% เป็น 1.4ล้านเที่ยวต่อปีจากปัจจุบัน 6 แสนเที่ยวต่อปี







