posttoday
กรุงศรีฯ ปรับแผนจับมือโครงการ

กรุงศรีฯ ปรับแผนจับมือโครงการ

22 กุมภาพันธ์ 2560

การจับมือกับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขยายสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

การจับมือกับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขยายสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียม เริ่มไม่ใช่เรื่องหมูๆ อีกต่อไป เพราะธนาคารพาณิชย์ไหนก็ทำเหมือนกัน ทำให้ทุกธนาคารต่างก็เข้าหาพันธมิตรที่เป็นผู้พัฒนาโครงการดีๆ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในทำเลดีๆ เช่น ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน ใกล้ทางด่วน ที่ลูกค้ามีความต้องการสูง เพราะเป็นโอกาสที่จะปล่อยกู้ได้มากขึ้น

แต่ปัญหาคือ ถ้าผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องการขายให้ได้ ก็อาจไม่จำกัดว่าต้องกู้กับธนาคารที่เข้ามาจับมือเป็นพันธมิตรเท่านั้น ทำให้ธนาคารต้องปรับกลยุทธ์เพื่อมัดใจทั้งเจ้าของโครงการและลูกค้าผู้ซื้อบ้านมากขึ้น

ณัฐพล ลือพร้อมชัยผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ช่วงหลังๆ ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มีทางเลือกมากขึ้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์อยากจะเข้าไปปล่อยกู้มากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยในอดีตผู้พัฒนาโครงการจะส่งลูกค้ามาให้ธนาคารเพียง 2-3 ธนาคารที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดเท่านั้น แต่ในช่วงหลังๆ ที่สินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่ม มีการอนุมัติสินเชื่อได้น้อยลง ทำให้ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์หันไปจับมือกับธนาคารพันธมิตร 4-5 ธนาคารขึ้นไป เพราะจะได้ขายบ้านหรือคอนโดมิเนียมออกได้มากขึ้น

“ถ้าจับมือเพียง 2-3 ธนาคาร อาจอนุมัติวงเงินไม่มาก หรืออนุมัติไม่เต็มวงเงินที่ลูกค้าอยากจะกู้ แต่หากเพิ่มเป็น 4-5 ธนาคาร อาจจะแข่งปล่อยกู้โดยเพิ่มวงเงินให้ลูกค้าได้ ผู้พัฒนาโครงการเลยหันมาจับมือกับธนาคารพันธมิตรหลายแห่งมากขึ้น ธนาคารจึงต้องปรับกลยุทธ์ในการให้บริการให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้พัฒนาโครงการและลูกค้าเลือกเรา” ณัฐพล กล่าว

ณัฐพล กล่าวอีกว่า การจับมือปล่อยกู้บ้านให้ลูกค้าของโครงการยังเป็นแนวทางที่ช่วยขยายสินเชื่อได้ดี แม้ผู้พัฒนาโครงการจะไม่บังคับให้ลูกค้ากู้เฉพาะกับธนาคารพันธมิตรที่มาร่วมกับโครงการ แต่เปิดให้กู้กับธนาคารไหนก็ได้ตามความต้องการของลูกค้า ขอเพียงให้ขายบ้านออกไปได้ก็ตาม เพราะพฤติกรรมของลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกธนาคารตามที่ทางโครงการแนะนำ

ดังนั้น ธนาคารต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้แข่งขันได้ อย่างน้อยต้องเสนอดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับตลาด แต่จะแข่งราคาอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะอาจทำได้เพียงชั่วคราว จึงต้องเพิ่มบริการต่างๆ ที่ดีขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พัฒนาโครงการและลูกค้าผู้ซื้อให้มากที่สุด เช่น ต้องช่วยลูกค้าวางแผนการเงิน เพื่อเป็นจุดเสริมให้แข่งขันได้เมื่อโครงการต้องแนะนำธนาคารพันธมิตรหลายแห่งพร้อมกัน

ทั้งนี้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านของธนาคารที่ถูกที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5-3.75% ใกล้เคียงกับดอกเบี้ยตลาด โดยมีพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 1.96 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ