
ชี้อสังหาฯแข่งดุปีหน้า โหมขายหุ้นกู้ตุนเงินสู้
โพสต์ทูเดย์
— ทริสชี้ครึ่งปีหลังกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกหุ้นกู้เยอะ ตุนเงินเสริมสภาพคล่องสู้ธุรกิจแข่งดุนายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง เปิดเผยว่า ในครึ่งหลังปีนี้อาจเห็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกหุ้นกู้อีกจำนวนมาก แม้แนวโน้มการออกหุ้นช่วงที่เหลือของปีนี้จะทรงตัวก็ตาม
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องเตรียมสภาพคล่องสำหรับการลงทุนต่อ เพราะนับวันธุรกิจจะมีการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม
“
ตอนนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันที่รุนแรงมาก โดยเริ่มเห็นผู้ประกอบการหลายรายเริ่มสะสมที่ดินเปล่า ทำให้ต้องเตรียมหาทุนและสภาพคล่องเพื่อรองรับต่อการลงทุน เพราะกลัวตกขบวนรถไฟในช่วงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังขยายตัว ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้ความต้องการคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้นมาก”สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเคลื่อนไหวอย่างไรสามารถดูได้จากแนวทางการดำเนินงาน บจ. ในหมวดอสังหาริมทรัพย์ 810 อันดับในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเทียบกับ บจ. ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีทั้งหมด 33 แห่ง ซึ่งปรากฏว่าบริษัทขนาดใหญ่ยังมีการลงทุนต่อเนื่องและยังมีแนวโน้มที่หันมาเน้นตลาดระดับกลางมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ดี คาดว่าปีนี้การเห็นตัวเลขการระดมทุนจากการออกหุ้นกู้ได้ถึง 3 แสนล้านบาท ก็เก่งแล้ว ซึ่งน้อยกว่าปีก่อนที่ออกหุ้นกู้มากกว่า 4 แสนล้านบาท โดย 78 เดือนปีนี้มี บจ. ที่ออกหุ้นกู้ไปแล้วทั้งหมด 1.86 แสนล้านบาท
“
ตลาดหุ้นกู้ครึ่งปีหลังจะซบเซากว่าครึ่งปีแรก เพราะแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นแม้ตอนนี้จะเริ่มนิ่งก็ตาม และปีที่ผ่านมา บจ. ได้เตรียมสภาพคล่องด้วยการออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมการลงทุนไว้แล้ว เพราะเกรงว่าจะเกิดวิกฤตทางการเงินหลังสถาบันการเงินในสหรัฐและยุโรปเริ่มขาดสภาพคล่อง และอาจลุกลามไปถึงสภาพคล่องในระบบตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกด้านสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ระบุว่า ครึ่งปีแรกมีการออกหุ้นกู้จำนวน 1.67 แสนล้านบาท โดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ออกมากที่สุด สัดส่วน 36% รองลงมาเป็นกลุ่มสถาบันการเงิน 14% และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 13% โดยหุ้นกู้ที่ออกใหม่กว่า 83% เป็นการเสนอขายแบบจำกัดเฉพาะเจาะจง (PP)
บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศผลอันดับเครดิตให้แก่หุ้นกู้ไม่มีประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ที่ระดับ
“BBB+” โดยแนวโน้มยังคง “ลบ” ทั้งนี้บริษัทจะนำเงินไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดชำระในวันที่ 23 ก.ย. 2553






