
อีมันนี่โตกระฉูดธปท.คุมเข้ม
ธปท.คุมเข้มอีมันนี่ใกล้เคียงแบงก์ หวังคุ้มครองผู้บริโภค หลังมีแนวโน้มโตสูง ปีที่แล้วเพิ่ม 20%
ธปท.คุมเข้มอีมันนี่ใกล้เคียงแบงก์ หวังคุ้มครองผู้บริโภค หลังมีแนวโน้มโตสูง ปีที่แล้วเพิ่ม 20%
นางนิศารัตน์ ไตรรัตน์วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ธปท.ใช้อำนาจตามกฎหมายในการดูแลอีมันนี่ (E–Money) 2 ส่วน คือ พระราชกฤษฎีกาการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58) การประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งผู้จะให้บริการอีมันนี่ทุกประเภทต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท กรณีให้บริการอีมันนี่บัญชี ค. ที่มีความเสี่ยงสูง และห้ามนำเงินที่รับมาจากลูกค้าเติมเงินไปใช้กิจการอื่น ต้องฝากธนาคารเท่านั้น
“นอกจากทุนจดทะเบียนขั้นต่ำแล้ว ผู้ให้บริการต้องมีแผนประกอบธุรกิจในระยะ 3 ปี มีระบบไอทีที่ได้มาตรฐาน ต้องรายงานยอดเงินที่รับมาจากการเติมเงินของลูกค้าในทุกเดือน เพิ่มเติมจากการรายงานงบการเงินทุก 6 เดือน ที่สำคัญส่วนของผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของต้องไม่ต่ำกว่า 8% เช่น ถ้ารับเงินจากลูกค้ามา 100 ล้านบาท ส่วนเจ้าของต้องมีไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการให้บริการอีกชั้นหนึ่ง“ นางนิศารัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ การกำกับดูแลอีมันนี่ของ ธปท.ใกล้เคียงกับการดูแลธนาคารพาณิชย์ โดยพยายามดูความเสี่ยงทุกด้าน เนื่องจาก ธปท.ต้องการให้อีมันนี่เป็นเพียงบริการที่เพิ่มความสะดวกในการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการ ไม่ต้องการให้เป็นบริการที่สร้างกำไรโดยตรง และอีมันนี่ไม่ควรให้ประโยชน์ส่วนเพิ่มเหมือนดอกเบี้ย เช่น เติมเงินไว้แล้วรับดอกเบี้ย ไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าเติมเงิน 100 บาท ในช่วงเวลาที่กำหนดจะได้รับเงินซื้อสินค้ามูลค่าเพิ่มเป็น 105 บาท ให้ทำได้ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การดูแลดังกล่าว ธปท.ยังทำได้เฉพาะกับนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนการให้บริการอีมันนี่ของนิติบุคคลจากต่างประเทศ เช่น วีแชท (Wechat) หรืออาลีเพย์ ของจีนนั้น ปัจจุบัน ธปท.ยังไม่มีกฎหมายควบคุม ส่วน พ.ร.บ.ระบบการชำระเงินอยู่ในชั้นการพิจารณาของกฤษฎีกา
นายณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธปท. กล่าวว่า อีมันนี่มีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยปี 2559 เติบโตประมาณ 20% มีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะโตได้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วจากพฤติกรรมความนิยมของผู้บริโภคที่เพิ่มต่อเนื่อง
“วิธีตรวจสอบเบื้องต้น นอกจากการดูรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ ธปท.แล้ว ผู้บริโภคสามารถสังเกตจากเงื่อนไขการให้บริการ สอบถามวิธีการคืนเงินในเบื้องต้นว่าสะดวกหรือไม่ ซึ่งตามเกณฑ์ต้องแลกคืนเป็นเงินสดได้ภายใน 15 วัน หรือสอบถามถึงช่องทางการร้องเรียนกรณีบริการมีปัญหา เป็นต้น ก่อนใช้บริการ” นายณพงศ์ธวัช กล่าว







