
เคาะรับซื้อไฟไฮบริดเฟิร์ม
กพช.เคาะโครงการรับซื้อไฟฟ้ารูปแบบใหม่ไฮบริดเฟิร์ม 300 เมกะวัตต์ หน่วยละ 3.66 บาท จ่อเปิดประกวดราคาปีนี้
กพช.เคาะโครงการรับซื้อไฟฟ้ารูปแบบใหม่ไฮบริดเฟิร์ม 300 เมกะวัตต์ หน่วยละ 3.66 บาท จ่อเปิดประกวดราคาปีนี้
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบอัตราคงที่ หรือ Feed in Tariff (FiT) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (เอสพีพี) แบบผสมผสาน (ไฮบริดเฟิร์ม) ขนาดมากกว่า 10 เมกะวัตต์ แต่ไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ โดยมีเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมด 300 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสามารถผสมพลังงานทดแทนรูปแบบใดก็ได้ แต่ให้มีการเสนอขายไฟฟ้าในราคาเดียว และจะมีการประกวดราคา (บิดดิ้ง) รับซื้อไม่เกิน 3.66 บาท/หน่วย โดยคาดว่าจะเปิดประมูลได้ภายในปี 2560 และมีกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ภายในปี 2563
นอกจากนี้ ยังเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (วีเอสพีพี) แบบกึ่งเสถียร (เซมิเฟิร์ม) โดยมีเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมด 269 เมกะวัตต์ จะใช้สำหรับการเปิดรับซื้อเฉพาะโรงไฟฟ้าใหม่ประเภทเชื้อเพลิงชีวมวลในอัตรา 4.24-4.82 บาท/หน่วย ตามกำลังการผลิตติดตั้งก๊าซชีวภาพ (น้ำเสียและของเสีย) ในอัตรา 3.76 บาท/หน่วย และก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) ในอัตรา 5.34 บาท/หน่วย ซึ่งต้องเป็นสัญญาประเภทเสถียร (เฟิร์ม) 6 เดือน ที่เหลือจะเป็นสัญญาไม่เสถียร (นันเฟิร์ม) โดยมีกำหนดซีโอดีภายในปี 2562 รวมถึงต้องมีแผนการจัดหาเชื้อเพลิง แผนการพัฒนาเชื้อเพลิงใหม่เพิ่มเติมในพื้นที่ร่วมด้วย เช่น การปลูกพืชพลังงาน
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบโครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐ สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการผลิตไฟฟ้าชีวมวลและก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) โดยรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าชีวมวลไม่เกิน 12 เมกะวัตต์ในระยะแรก และในระยะต่อไปให้ขยายการรับซื้อจากการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) ไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ โดยที่ประชุมมอบหมายให้ กระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำหนดอัตราราคารับซื้อไฟฟ้า ก่อนยื่นเสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาอนุมัติ
“โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเพิ่มการสร้างงาน สร้างรายได้ ส่งเสริมระบบป้องกันตนเองของประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าในรูปแบบกระจายศูนย์ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงในชุมชนอย่างยั่งยืน กระจายความเสี่ยงความมั่นคงด้านพลังงานภาคใต้” พล.อ.อนันตพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม กพช.ยังเห็นชอบร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการน้ำเทิน 1 จำนวน 515 เมกะวัตต์ ภายใต้บันทึกความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้พัฒนาโครงการหลังจากร่างสัญญาผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำสตึงนัม ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือด้านพลังงานและบริหารจัดการน้ำร่วมกัน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) กรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทาน ประสานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อวางแผนในการนำน้ำจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำสตึงนัมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ภาคตะวันออกต่อไป







