posttoday
ฟาร์ม่า อินโนวา รุกตลาดยาอาเซียน

ฟาร์ม่า อินโนวา รุกตลาดยาอาเซียน

18 กุมภาพันธ์ 2560

จากนโยบาย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) ของรัฐบาล ในการพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุน อีกทั้งเป้าหมายในปี 2563 ของรัฐที่จะผลักดันประเทศไปสู่ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพในอาเซียน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมดังกล่าว

จากนโยบาย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) ของรัฐบาล ในการพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุน อีกทั้งเป้าหมายในปี 2563 ของรัฐที่จะผลักดันประเทศไปสู่ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพในอาเซียน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมดังกล่าว

ปัญญา ศิริพรพิทักษ์ ประธานกรรมการบริษัท ฟาร์ม่า อินโนวา ผู้บริหารรุ่นที่ 2 กล่าวว่า ธุรกิจเป็นบริษัทในเครือ หสน.โรงงานเภสัชกรรมพอนด์ เคมีคอล ประเทศไทย ถือเป็นบริษัทแรกในไทยที่นำเทคโนโลยี โบลวฟิล ซีล (Blow Fill Seal) ใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์ส่วนหนึ่งและได้รับมาตรฐาน มอก. และยังเป็นผู้ผลิตยาน้ำแก้ไอมะขามป้อมตราวังหลัง

ขณะเดียวกัน บริษัท พอนด์เคมีคอล ยังเตรียมเปิดโรงงานใหม่ ใช้งบลงทุนราว 400-500 ล้านบาท ผลิตสินค้าประเภทยาแผนปัจจุบันภายใต้มาตรฐานการผลิตใหม่ของ อย. เรียกว่าพีไอซีเอส เป็นมาตรฐานการผลิตยาของยุโรป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการส่งออกในต่างประเทศ และเพิ่มกำลังการผลิตได้ 6 เท่าจากเดิม ตั้งอยู่ย่านรามอินทรา บนเนื้อที่ 7,500 ตร.ม. คาดจะเปิดใช้งานได้ 4 เดือนหลังจากนี้

สำหรับการทำตลาด บริษัทมีสัดส่วนการส่งออกต่างประเทศ 30-40% โดยส่งออกไปยังอาเซียนถึง 90% จากยอดขายในปีที่ผ่านมาเติบโต 10% และตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ 10% โดยในอาเซียนส่งออกผลิตภัณฑ์ยาคุมกำเนิดมากที่สุด และอันดับที่ 2 คือ พาราแคพ ส่วนในเมียนมาพาราแคพเป็นยาพาราเซตามอลอันดับ 1 โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์พาราแคพวางขายใน 5 ประเทศ คือ ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย พร้อมวางเป้าบุกทั้ง 10 ประเทศชาติสมาชิกอาเซียนภายใน 5 ปี หรือในปี 2565 ส่วนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นทั้งประโยชน์และข้อจำกัด ด้วยมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น เช่น อินโดนีเซีย มีการป้องกันการขึ้นทะเบียนยาจากบริษัทต่างประเทศ แต่สามารถเข้ามาขึ้นทะเบียนยาในไทยได้อย่างเสรี ซึ่งเห็นว่าไม่ยุติธรรมและ
เป็นช่องว่างในการแข่งขัน

โดยแผนในปี 2560 คาดนำเทคโนโลยีใหม่สู่การผลิต พร้อมวางงบลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท และงบประมาณด้านการวิจัย 80 ล้านบาท โดยปี 2559 มีรายได้รวมประมาณ 1,200 ล้านบาทจากทุกกลุ่มบริษัท ซึ่งสิ่งท้าทายสำหรับการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพในประเทศ คือ 1.การแข่งขันกับองค์การเภสัชกรรม 2.การแข่งขันยานำเข้ากับอินเดีย ซึ่งอินเดียมีข้อได้เปรียบในการเปิดเสรีการค้า ซึ่งไทยควรกำหนดมาตรฐานยานำเข้าให้เหมาะสมมากขึ้นเพื่อเพิ่มการแข่งขันบริษัทยาในประเทศ

อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐมาถูกทางต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมเอสเคิร์ฟ ด้วยเรื่องสุขภาพและการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะปัจจุบันไทยมีกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้นต่อยอดให้เศรษฐกิจโตขึ้น มีการจ้างงานมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69