
20 คำถามเริ่มต้นกับ Options คำถามที่ 18 ซื้อ Options ช่วยบริหารความเสี่ยงได้ดี...?
ประโยชน์ของการซื้อ Options อย่างหนึ่งที่มักจะถูกกล่าวถึงมากที่สุดข้อหนึ่ง คือ การซื้อ Options เพื่อบริหารความเสี่ยงในการลงทุน ซึ่งผู้ลงทุนสามารถซื้อ Options ด้วยมุมมองเหมือนการซื้อประกันภัยเกี่ยวกับราคาสินค้าอ้างอิงที่อยู่ในความสนใจหรือได้ลงทุนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่จะเกิดความเสียหายจากการที่ราคาสินค้าปรับตัวขึ้น หรือเกิดความเสียหายในกรณีที่ราคาสินค้าปรับตัวลงก็ได้
ประโยชน์ของการซื้อ Options อย่างหนึ่งที่มักจะถูกกล่าวถึงมากที่สุดข้อหนึ่ง คือ การซื้อ Options เพื่อบริหารความเสี่ยงในการลงทุน ซึ่งผู้ลงทุนสามารถซื้อ Options ด้วยมุมมองเหมือนการซื้อประกันภัยเกี่ยวกับราคาสินค้าอ้างอิงที่อยู่ในความสนใจหรือได้ลงทุนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่จะเกิดความเสียหายจากการที่ราคาสินค้าปรับตัวขึ้น หรือเกิดความเสียหายในกรณีที่ราคาสินค้าปรับตัวลงก็ได้
ผู้ลงทุนที่คิดว่าจะเกิดความเสียหายในกรณีที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นจะเข้ามาซื้อ Call Options เนื่องจากกรณีที่ราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวสูงขึ้น ราคาของ Call Options ก็จะปรับตัวสูงขึ้นตาม
ส่วนผู้ลงทุนที่คาดว่าจะเกิดความเสียหายในกรณีที่ราคาสินค้าปรับตัวลดลงก็จะเข้ามาซื้อ Put Options เนื่องจากกรณีที่สินค้าอ้างอิงลดลง ราคาของ Put Options จะปรับตัวสูงขึ้นชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้นั่นเอง
การเลือกใช้ Options ในการบริหารความเสี่ยงด้านราคาสินค้าสามารถนำมาใช้งานได้ดีกับนักลงทุนที่ซื้อขาย Futures เพื่อต้องการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคา โดยประโยชน์ของการซื้อ Options เพื่อประกันความเสี่ยงนั้นจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าอ้างอิง ช่วยเพิ่ม % Win Ratio และอาจจะช่วยลดอัตราส่วน Risk/Reward Ratio ได้ด้วย ลองมาดูตัวอย่างกันครับว่าการซื้อ Options จะมีประโยชน์ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นอย่างไร
ยกตัวอย่างกรณีที่ผู้ลงทุนซื้อ SET50 Index Futures ไว้ที่ 950 จุด ถ้าดัชนี SET50 ปรับตัวสูงขึ้นจะทำให้ผู้ลงทุนมีได้กำไร แต่ถ้าดัชนี SET50 ปรับตัวลดลงผู้ลงทุนจะเกิดผลขาดทุน ดังนั้นกรณีนี้ผู้ลงทุนที่ต้องการประกันความเสี่ยงจะเข้ามาซื้อ Put Options ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคา เนื่องจากในกรณีที่ดัชนี SET50 ปรับตัวลดลง ราคา Put Options จะปรับตัวสูงขึ้น
สมมติว่าผู้ลงทุนซื้อ Put Options ที่ระดับราคาใช้สิทธิ 925 จุด ดังนั้นไม่ว่าดัชนี SET50 จะลดต่ำลงกว่า 925 ไปเท่าไรก็ตามผู้ลงทุนที่ซื้อจะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างของราคาตลาดที่ต่ำกว่า 925 จุด จึงเปรียบเสมือนผู้ลงทุนสามารถขายดัชนี SET50 ได้ที่ 925 จุดนั่นเอง เหมือนได้รับประกันว่าจะไม่ขาดทุนไปมากกว่า 25 จุด
ด้านการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคานั้น ผู้ลงทุนที่ซื้อ Options จะไม่กังวลกับความผันผวนของดัชนี ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ไม่สามารถตัดขาดทุนได้ตามแผนที่วางไว้ ในช่วงที่ดัชนีมีความผันผวนมาก ดัชนีอาจมีการซื้อขายเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว หรือ Bid-Offer ห่าง ถ้าเรามีความจำเป็นต้องขายตัดขาดทุนในช่วงเวลานั้นอาจจะทำให้ล้างสถานะไม่ได้ตามราคาที่วางแผนไว้ แต่การซื้อ Put Options เท่ากับเป็นการประกันราคาขายไว้แล้ว
ในกรณีที่ซื้อ Put Options ไว้แล้วเมื่อราคามีการปรับตัวลดลงมาก ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องล้างสถานะเพื่อตัดขาดทุนทันที เนื่องจากเราได้สิทธิในการขายตามราคาที่กำหนดไว้ใน Put Options เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นถ้าเกิดโชคดีดัชนีตีกลับปรับตัวสูงขึ้น เราก็จะได้รับโอกาสของผลการซื้อขายกลับมาเป็นกำไรแทนที่จะต้องขาดทุน จึงทำให้การซื้อ Put Options ทำให้มีโอกาสเพิ่มสถิติ % Win Ratio ได้
กรณีที่แผนการซื้อขายมีการกำหนดจุดตัดขาดทุนและผลขาดทุนไว้ชัดเจนก่อนการลงมือซื้อขายแล้ว หากเรานำไป
เปรียบเทียบกับการซื้อ Put Options ทันทีเพื่อประกันความเสี่ยง พร้อมกับซื้อ Futures ทันทีแล้วผลขาดทุนสูงสุดต่ำกว่าผลขาดทุนตามแผนที่เรากำหนดขึ้น การซื้อ Put Options ก็จะช่วยลดผลขาดทุนและลด Risk Reward Ratio ได้
การซื้อ Options เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคานั้นมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการซื้อขาย Futures เพื่อการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคา ซึ่งการซื้อ Options นั้นจะช่วยลดความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคา เพิ่ม % Win Ratio และลด Risk/Reward Ratio ได้ หากเรามีการวางแผนสำหรับการตัดขาดทุนล่วงหน้าไว้เป็นอย่างดีแล้ว สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจการซื้อขายอนุพันธ์ใน
TFEX สามารถหาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขาย Futures หรือ Options ได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th







