
Fund Navigator ช่วยตามหากองทุนให้ตรงเป้าหมาย
ถ้าวันนี้เดินเข้าไปที่ธนาคารกสิกรไทย แล้วถามพนักงานว่า “กองทุนไหนดี”
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์
ถ้าวันนี้เดินเข้าไปที่ธนาคารกสิกรไทย แล้วถามพนักงานว่า “กองทุนไหนดี” คงจะใช้เวลาเลือกและทำความรู้จักกันนานกว่าจะได้ “กองทุนที่ตรงใจ” เพราะในปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย มีกองทุนรวมภายใต้การจัดการอยู่ทั้งหมด 142 กองทุน (ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการกองทุน ณ วันที่ 10 ก.พ. 2560)
“บลจ.กสิกรไทย มีกองทุนเยอะมาก และลูกค้ามักจะถามว่าควรลงทุนอะไรดี เราก็เลยหาวิธีที่จะช่วยให้ลูกค้าเลือกกองทุนได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด” เอื้อพันธ์ เพ็ชราภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการ
ผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าว
จึงเป็นที่มาของ “Fund Navigator” ตัวช่วยตามหากองทุน โดยการจัดแบ่งกองทุนรวมออกเป็น 5 กลุ่ม ตามวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายในการลงทุนที่มีความแตกต่างกัน ได้แก่
1.กลุ่ม Liquidity เป็นกลุ่มกองทุนที่เน้นการให้สภาพคล่อง มีความเสี่ยงต่ำ จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะสั้น ต้องการพักเงิน และต้องการสภาพคล่องสูง ในขณะที่คาดหวังผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์
กองทุนในกลุ่มนี้ จึงเป็นกองทุนตลาดเงินและกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-CASH, K-MONEY, K-SF และ K-TREASURY
2.กลุ่ม Stability เป็นกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ ทำให้มีความเสี่ยงไม่มาก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนยาวขึ้น และคาดหวังผลตอบแทนสูงขึ้น
กองทุนในกลุ่มนี้จะมีตั้งแต่กองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชน ไปจนถึงกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ
3.กลุ่ม Income เป็นกองทุนที่เน้นการให้รายได้สม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำ ซึ่งมีทั้งกองทุนที่ลงทุนสินทรัพย์หลากหลาย กองทุนตราสารหนี้ และกองทุนที่เน้นลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์
ในปัจจุบัน บลจ.กสิกรไทย มีกองทุนในกลุ่มนี้ 4 กองทุน ได้แก่ K-GINCOME ลงทุนสินทรัพย์หลากหลายในต่างประเทศ, K-GPROP ลงทุนในหุ้นและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, K-GINFRA ลงทุนในหุ้นและรีทโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก และ K-GB ลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ
4.กลุ่ม Growth เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนเพื่อโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับนักลงทนุที่สามารถรับความเสี่ยงจากการขาดทุนได้ในระยะสั้น
กองทุนส่วนใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มนี้จะเป็นกองทุนหุ้น ทั้งหุ้นในประเทศ หุ้นต่างประเทศ (จะเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในรายประเทศ หรือภูมิภาค เช่น K-INDIA ลงทุนหุ้นอินเดีย และ K-AEC ลงทุนในภูมิภาคอาเซียน
5.กลุ่ม Opportunity เป็นกองทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการหาโอกาสลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสอด คล้องกับสภาพตลาดในแต่ละช่วงเวลา หรือจะเรียกว่าเป็นการ “จับจังหวะลงทุน” ก็พอได้
ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน กองทุนทองคำ กองทุนน้ำมัน กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงกลุ่มสุขภาพ (Healthcare) ทั่วโลก
วศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย มั่นใจว่าการจัดกลุ่มกองทุนแบบใหม่นี้จะเป็น “เทรนด์ใหม่” สำหรับอุตสาหกรรมกองทุนในประเทศไทย
“การจัดกลุ่มกองทุนใหม่น่าจะเป็นมาตรฐานใหม่ในการจัดกลุ่มกองทุน เพราะจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจการลงทุนในกองทุนได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าจะไปบอกกับลูกค้าว่า ตอนนี้ดอกเบี้ยกำลังจะเป็นขาขึ้น ไม่ควรจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุยาวๆ บางคนก็อาจจะไม่เข้าใจ” วศิน กล่าว
นั่นเพราะการแบ่งกลุ่มกองทุนในปัจจุบันจะยึดตาม “ประเภทสินทรัพย์” เช่น กองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้น หรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์
แต่ทุกคนจะมี “เป้าหมาย” ในการลงทุนของตัวเอง ซึ่งหากเข้าใจเป้าหมายนี้แล้วก็จะทำให้การเลือกกองทุนที่เหมาะสมทำได้ง่ายขึ้น
“เป้าหมายในการลงทุนของคนเราไม่ได้มีอะไรมาก ก็เพียง 5 อย่างนี้ เพราะฉะนั้นก่อนจะไปซื้อกองทุน ไม่ว่าจะไปซื้อของที่ไหนก็ตาม ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการอะไร แล้วถึงจะไปดูเรื่องนโยบายการลงทุนของกองทุน” วศิน กล่าว
นอกจากนี้ สำหรับ บลจ.กสิกรไทย เองก็เช่นกัน หลังจากนี้ก็จะใช้ Fund Navigator เป็นเครื่องมือในการออกกองทุนใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจด้วย
“เร็ๆ นี้เราจะเพิ่มกองทุนในกลุ่ม Income อีกกองทุนหนึ่ง โดยเป็นกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่เป็นกองทุนเปิด ในขณะที่กลุ่ม Opportunity จะเน้นเป็น Thematic Fund หรือ กองทุนที่มีธีมชัดเจน แต่จะเป็นกองทุนอะไร ออกมาเมื่อไหร่ ต้องขึ้นอยู่กับจังหวะการลงทุนด้วย” วศิน กล่าว
นอกจากนี้ ถ้าเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ บลจ.กสิกรไทย จะมีคำแนะนำเพิ่มเติมด้วยการ “ติดธง” และ “ติดดาว”
กองทุนติดธง คือกองทุนแนะนำ หรือจะบอกว่าเป็นกองทุนหลักที่ต้องมีติดพอร์ตไว้ตลอดก็ได้
ขณะที่กองทุนติดดาว คือกองทุนเด่นประจำเดือน เช่น ในเดือน ก.พ. 2560 กองทุนติดดาวในกลุ่ม Opportunity คือ K-SGM ซึ่งเป็นกองทุนรวมผสมลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ต่างประเทศ
ทดลองค้นหา “กองทุนที่ใช่” ตามเป้าหมาย ได้ในเว็บไซต์ของ บลจ.กสิกรไทย หรือถ้าผ่านไปสาขาธนาคารกสิกรไทยจะไปขอคู่มือ (ที่ดูไปดูมาคล้ายๆ กับดอกเห็ด) ก็น่าจะมีให้
และหลังจากนี้ ก่อนจะซื้อกองทุนคงต้องเปลี่ยนคำถามจาก “กองทุนนี้ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่”มาเป็นถามใจตัวเองว่า “จะลงทุนเพื่ออะไร” น่าจะช่วยให้เจอกองทุนที่ตรงใจมากขึ้น







