posttoday
คนเกษียณ...อย่าให้เงินเกษียณ(ตอนที่1)

คนเกษียณ...อย่าให้เงินเกษียณ(ตอนที่1)

05 กันยายน 2553

ต่อให้เราเกษียณอายุแล้ว ก็อย่าปล่อยให้เงินของเราเกษียณอายุตามไปด้วย เพราะไม่อย่างนั้นชีวิตหลังเกษียณคงจะไม่สบายๆ อย่างที่คิดก็ได้....

ต่อให้เราเกษียณอายุแล้ว ก็อย่าปล่อยให้เงินของเราเกษียณอายุตามไปด้วย เพราะไม่อย่างนั้นชีวิตหลังเกษียณคงจะไม่สบายๆ อย่างที่คิดก็ได้....

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

เดือนนี้น่าจะเป็นเดือนสุดท้ายสำหรับ “ชีวิตมนุษย์เงินเดือน” ของใครหลายคน จบชีวิตทำงานที่แสนจะยาวนาน ได้ไปพักผ่อนนอนเล่นสบายๆ แถมยังมี “เงินก้อนโต” ที่ได้มาจากการเก็บออมมาตลอดชีวิตการทำงานเอาไว้ใช้จ่ายสบายๆ อีกต่างหาก

ไม่ว่าจะเป็นเงินสมทบที่ได้จากการร่วมมือกันเก็บออมของทั้งตัวเราและนายจ้าง สำหรับพนักงานบริษัทเอกชน และหากเป็นข้าราชการก็จะมีเงินออมในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เงินกองทุนประกันสังคม รวมทั้งเงินที่อยู่ในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือจะเป็นเงินจากประกันชีวิตที่ครบกำหนดสัญญา

คนเกษียณ...อย่าให้เงินเกษียณ(ตอนที่1)

แต่อย่าดีใจจนลืมไปว่า เงินก้อนนี้เป็น “เงินก้อนสุดท้าย” ที่ต้องเก็บเอาไว้กินไว้ใช้ไปอีก 20-30 ปี และในเวลาที่ดอกเบี้ยไม่ฟู่ฟ่าแบบนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้เงินก้อนนี้พอกินพอใช้ไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะคนที่เตรียมตัวมาไม่ดีนักสำหรับชีวิตหลังเกษียณ

“การบริหารเงินหลังเกษียณถือเป็นความท้าทาย เพราะในวันที่เกษียณไม่ใช่เป็นวันสุดท้ายของการลงทุน แต่เป็นวันเริ่มต้นของการบริหารเงินที่เก็บมาตลอดชีวิตให้พอใช้ ดังนั้นอย่ามัวแต่หาความสุขอย่างเต็มที่ตอนได้รับเงินก้อน เพราะเงินก้อนนั้น ต้องใช้ให้พอเพียงตลอดชีวิต”อุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย แนะนำ

เพราะฉะนั้น ต่อให้เราเกษียณอายุแล้ว ก็อย่าปล่อยให้เงินของเราเกษียณอายุตามไปด้วย เพราะไม่อย่างนั้นชีวิตหลังเกษียณคงจะไม่สบายๆ อย่างที่คิดก็ได้

ทำไม...เงินห้ามเกษียณ

ถ้าเป็นคนที่เกษียณอายุมาพร้อมเงินก้อนโตมากๆ อาจจะคิดว่าไม่เห็นต้องไปบริหารอะไรให้มากมาย เพราะแค่เงินก้อนโตที่มีอยู่ก็คงจะพอใช้ไปได้ตลอดชีวิตแล้ว แต่อย่าชะล่าใจ เพราะเงินก้อนโตวันนี้มันจะเหลือนิดเดียวในอีก 20-30 ปีข้างหน้า เพราะเงินก้อนที่นอนนิ่งๆ จะไม่มีเรี่ยวแรงไปสู้กับ “เงินเฟ้อ”

ถ้ามีเงินก้อนตอนเกษียณ 5 ล้านบาท คาดว่าจะมีอายุยืนยาวไปจนถึงอายุ 90 ปี เท่ากับว่าเงินก้อนนี้จะต้องพอใช้ไปอีก 30 ปี ซึ่งหากใช้เงินเดือนละ 1.2 หมื่นบาท คิดแบบตรงไปตรงมาก็พอกินพอใช้ แถมยังเหลือเฟืออีกต่างหาก เพราะเบ็ดเสร็จจะใช้เงินไปแค่ 4.3 ล้านบาทเท่านั้น

แต่ชีวิตไม่ได้เป็นเส้นตรงแบบนั้นโดยเฉพาะชีวิตที่มีเงินเฟ้อเข้ามาเป็นศัตรูตัวร้าย เพราะเงิน 1.2 หมื่นบาทต่อเดือน ที่เราคิดว่ามากเกินพอ แต่ในวันหนึ่งข้างหน้ามูลค่าของเงินก้อนนี้จะเหลือไม่ถึงครึ่ง

หากจะพิจารณาอัตราเงินเฟ้อ ก็จะเห็นว่าเงินจำนวน 5 หมื่นบาท ในวันนี้ จะเหลือแค่ 23,880 บาท ในอีก 25 ปีข้างหน้า ถ้าเงินเฟ้ออยู่ในอัตรา 3% ต่อปี แต่ถ้าแย่กว่านั้น เงินเฟ้อขึ้นไปถึง 4% เงิน 5 หมื่นบาท ในวันนี้จะเหลือแค่ 18,756 บาทเท่านั้น

นึกออกหรือยังว่าถ้าเราปล่อยให้เงินก้อนที่ได้มาตอนเกษียณอายุ เกษียณอายุตามเราไปด้วย เราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

นอกจากนี้ ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดมากขึ้น นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสุขภาพที่เรารู้ๆ กันอยู่แล้วว่า ยิ่งอายุมากโรคภัยยิ่งถามหา และค่ารักษาพยาบาลไม่ใช่แค่บาทสองบาท (เว้นแต่จะไปเข้าคิวรอรับสวัสดิการจากภาครัฐ)

“พอเราอายุมากขึ้นอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องคิดถึงอีกมาก เช่น จากบ้านสองชั้นอาจจะต้องปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับการใช้ชีวิต ต้องย้ายห้องนอนลงมาอยู่ชั้นล่าง หรือจากที่เคยขับรถเองก็ขับไม่ไหว อาจจะต้องจ้างคนขับรถ ซึ่งเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อนทั้งนั้น” ธีระ ภู่ตระกูล ผู้ก่อตั้ง JT Financial Planners แนะนำ

ทำอย่างไร...เงินไม่เกษียณ

ไม่ให้เงินเกษียณก็ต้องให้เงินทำงาน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน และไม่ทำให้เงินต้นหดหายไปก่อนจะถึงวันสุดท้ายของเรา แต่ลักษณะงานและวิธีการทำงานของเงินจะเป็นอย่างไร คงต้องอดใจไว้สัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ